รีวิว แบกเป้เที่ยวญี่ปุ่น ขึ้น Bus , รถไฟ ครบรส

19 May 16 | By AB Normal

ครั้งแรกกับการเดินทางแบบ Full Service

เกริ่นก่อนเลยว่าปกติเราไปเที่ยวไหน ถ้าต้องนั่งเครื่องบิน จะนั่งแบบโลว์คอสต์ เพราะเป็นพนักงานเงินเดือนที่มีภาระหนักอึ้ง แต่มีความสุขกับการได้พาครอบครัวออกผจญภัยโลกกว้าง และขอบอกไว้เลยว่าเราจะไม่หยุดการท่องเที่ยว เรายังคงมีกระปุกออมสินที่หยอดเงินทุกวันสำหรับทริปการท่องเที่ยวครั้งต่อไปของพวกเราจ้าาาาา ^^ การเดินทางครั้งนี้เกิดจากความใฝ่ฝันว่าจะต้องไปญี่ปุ่นเหมือนคนอื่นๆ ให้ได้ มาเริ่มกันเลย เนื่องจากเรามี tools อยู่ในมืออยู่แล้ว เรื่องการหาราคาตั๋วเครื่องบินไม่ยากเลย ราคาโปรมีมาให้เห็นเยอะแยะ Full Service ราคา 7,xxx ขึ้นไปก็มี แต่เดี๋ยวก่อน รอบนี้ไม่ได้ราคาโปรดังที่กล่าวมา ด้วยเวลาที่จำกัดว่าเราจะต้องไปวันที่ 4-9 พ.ค. นี้เท่านั้น เพราะถ้าไม่ไปรอบนี้จะต้องรออีก 5 ปี เพราะมีเจ้าตัวน้อยในท้องกำลังจะมาลืมตาดูโลก ครอบครัวเราถือคติที่ว่าเที่ยวได้ แต่ลูกของเราต้องไม่ไปรบกวนการท่องเที่ยวของคนอื่น นั่นหมายความว่าเจ้าตัวน้อยจะไปเที่ยวได้อีกต้องมีอายุ อย่างน้อย 4 ขวบ ขึ้นไป รอบนี้เราเลยโดนค่าตั๋วไปเต็มๆ เราเลือกเดินทางโดยสายการบิน Malaysia Airlines ราคาเฉลี่ยต่อคนประมาณ 16,xxx เลยจ้า ราคานี้ไม่บินตรงด้วยนะ จะต้องไปแวะเปลี่ยนเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์อีกต่างห่าง มาดูบรรยากาศการเดินทางและการบริการบนเครื่องกันดีกว่าค่ะ [caption id="attachment_22784" align="alignnone" width="660"]20160504_135957 การเดินทางของฉันและเธอคือการเรียนรู้ การเรียนรู้ของเราสองคนคือความเข้าใจ เธอเข้าใจและฉันเข้าใจก็ทำให้เราเข้าใจ..... [caption id="attachment_22785" align="alignnone" width="660"]DSC_0017 พร้อมแล้วก็กรอกใบขาออกนอกประเทศกันไว้ก่อนเลย DSC_002320160504_164755   มาถึงกัวลาลัมเปอร์แล้ว เราลงที่เกท H ต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่เกท C ต้องอาศัยการเดินทางโดยรถไฟ AEROTRAIN ข้ามเกทจ้า DSC_0025 20160504_203318 ระหว่างรอ ไฟล์ทออกจากกัวลาลัมเปอร์ ก็แวะทานซุปอุ่นๆ กับปลาหมึกชุปแป้งทอด และเฟรนฟรายกันก่อนจ้า จะบอกว่าบนเครื่องเมื่อกี้ก็เพิ่งกินมาก่อนลง ลงมาก็ยังจะกิน เดี๋ยวขึ้นเครื่องไปก็คงไม่พ้นเรื่องกินอีก20160504_211955 20160504_211840 ได้เวลาเกทเปิด ก็ไปกันต่อ เปลี่ยนเครื่องรอบนี้ เราไปต่อด้วยสายการบิน Japan Airlines ซึ่งเขาเป็น Partner กันกับ Malaysia Airlines และ American Airlines สำหรับไฟล์ทนี้ การบริการน่ารักตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวขึ้นเครื่องพอได้เวลา พนักงานเดินมาเชิญ ผู้โดยสารที่มีเด็กขึ้นเครื่องก่อน ก่อนนี่ก่อน Business ด้วยนะ ที่อื่นยังขึ้นพร้อมๆ กัน หรือรอ Business ขึ้นก่อน เครื่องใหญ่กว่ามาก เราได้นั่งแถวกลาง 3 คน เจ้าตัวเล็กตื่นเต้นสุดๆ ไม่ยอมนอน แม่นี่หลับไปไม่รู้กี่ตลบ จนสุดท้ายไม่ไหว เครื่องได้ทำการ auto shutdown ตัวเองไปคราวนี้ยาวยันปลายทางเลยจ้า ปลุกมาทานอาหารเช้าบนเครื่องก็จะไม่ยอมตื่น [caption id="attachment_22836" align="alignnone" width="660"]20160504_232621 อาหารค่ำ บนเครื่อง เป็นแซนวิช เบาๆ ส่วนในห่อเป็นข้าวอบแบบขนมญี่ปุ่นจ้า   20160504_232946_001เดินทางอีกยาวนาน คุณแม่ขอพักสายตาก่อนนะคะ นอนไม่ค่อยสะดวกเท่าไรเพราะเอนเบาะที่นั่งไม่ได้ คุณลุงข้างหลังเขานั่งทอดขามาติดเบาะหลังเราเลยไม่กล้าเอนเบาะ เดี๋ยวทับหัวเข่าเขา ผนวกกับ ที่ข้างๆ เป็นครอบครัวมีเด็กอ่อน น้องร้องไห้ ตลอดเวลา นี่แหละที่ครอบครัวเราถือคติว่าเที่ยวได้ แต่ลูกของเราต้องไม่ไปรบกวนการท่องเที่ยวของคนอื่น พอถึงเวลาตี 5 ซึ่งอีก 2 ชม. เราจะถึงจุดหมายปลายทางกัน พนักงานสาวสวยก็เดินมาปลุกพร้อมยื่นถาดอาหารเช้าให้ อืมมมม อาหารเช้าบนเครื่อง JAL น่าทานมากกกกก เป็นออมเล็ทสอดใส้ชีส มีโยเกิต ผลไม้ พาสต้าสลัด ขนมปัง+เนย ทั้งหมดนี่คืออาหารเช้าที่เขาจัดมาเป็นเซ็ทให้เรา โอ้วมายก็อตตต นี่ขนาดนั่ง Eco แล้วพี่ๆ ที่เข้าอยู่ด้านหน้า Business เขาทานอะไรกันนะ 20160505_035302 สุดท้ายก็ถึง สนามบินนาริตะ เดินๆๆๆๆ หลังจากนั่งเมื่อยมานานหลายชั่วโมง ไปหา ตม. กันเลยจ้าDSC_0036 DSC_0039   ผ่าน ตม. มารับกระเป๋าอะไรเรียบร้อย ก็เดินดิ่งไปซื้อตั๋วรถไฟ N'EX แบบ round trip เพื่อใช้เดินทางจาก สนามบินนาริตะไปยังชินจูกุ และขากลับจากชินจูกุมาสนามบินนาริตะ ค่าใช้จ่าย ผู้ใหญ่ ท่านละ 4,000 เยน เด็ก 2,000 เยน รวมเบ็ดเสร็จ 3 คน 10,000 เยน พอดีจ้า [caption id="attachment_22872" align="aligncenter" width="720" class=" "]13174229_10204553203830098_4168240790772629110_n
ต่อคิวซื้อตั๋วรถไฟกันจ้า ยื่นพาสปอต์พร้อมบอกซื้อตั๋ว Round Trip ลง Shinjuku ค่ะถ้าให้ดี ถ้าเรารู้วันเวลาขากลับที่แน่นอนให้เขา จองที่นั่งขากลับให้ด้วยนะคะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเหมือนเรา แฟนเราวิ่งสปีด 400 เมตรเลยค่ะขากลับ เพราะ counter จองที่นั่งตั๋ว N'EX ขากลับที่ Shinjuku กับชาญชลา มันอยู่กันคนละที่ Counter อยู่ตรงประตู South Gate ส่วนชาญชลาอยู่ตรงประตู New South Gate มันอยู่กันคนละฝากถนนเลยค่ะ ถามว่าไม่ reserved ไว้ได้ไหม ขึ้นเลย ถ้าช่วงเวลาที่เราเดินทางกลับเป็นช่วงเวลาที่คนไม่เยอะก็ได้ค่ะ แต่เหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรีค่ะ ถ้าเจ้าของที่ที่เขาจองไว้มาเราก็ต้องลุกเปลี่ยนที่นั่งไปเรื่อยๆ ค่ะ ได้ตั๋วมาดูเลขตู้  เลขที่นั่ง และเวลารถให้ดีนะคะ ต้องขึ้นให้ถูกตู้นะคะ แต่ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ ระหว่างตู้เดินไปหากันได้ค่ะ ถ้าเรามาแล้วได้เวลาประตูจะปิดพอดีให้รีบขึ้นเลยค่ะ เดี๋ยวค่อยเดินเปลี่ยนตู้เอา ส่วนของเราได้ตู้ 8 ค่ะ ถ้าอ่านตั๋วไม่ออก ให้เอาอักษรคันจิมาเทียบดูกับป้ายที่พื้นตรงคำว่าตู้นะคะ 20160505_07262720160505_074603 20160505_074829 ระหว่างทางซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรก็ได้เวลาจัดการเรื่องการสื่อสาร รอบบนี้เราเลือกใช้ SIM ค่ะเราซื้อมาจากเมืองไทยเลย ชุดละ 800 บาท ซื้อมาจาก BigC ที่เอกมัย ชั้น 2 หรือ 3 มีร้านขายอยู่ค่ะ ไม่ใช้ Pocket Wifi เหมือนคนอื่นเพราะ เรากลัวว่าเวลาถ้าเราหลงกันใช้ SIM ใคร SIM มันยังโทรไลน์หากันได้ค่ะ 20160505_075548 นั่งมาจนถึงแล้วค่ะ Shinjuku เดินขึ้นมาจากรถไฟฟ้า เลี้ยวซ้ายก็เจอทางออก New South Gate เลยซึ่งเป็นส่วนที่เป็นทางเชื่อมขึ้นไปสถานีรถบัสแห่งใหม่ของ  Shinjuku Expressway Bus Terminal ซึ่งวันนี้ที่เรามาชินจูกุกันก็เพราะเราจะเดินทางโดย Bus ต่อไปที่ Kawaguchiko กันค่ะ DSC_0040 DSC_0044 เนื่องจากเราจะต้องเดินทางด้วยรถบัสต่ออีก 2 ชั่วโมง เลยเลือกที่จะหาอะไรรองท้องกันสักนิด [caption id="attachment_22879" align="alignnone" width="225"]20160505_101612 อาหารรองท้องของพวกเรา จานขวารสชาติที่คุ้นเคยค่ะ ส่วนจานซ้ายสำหรับพวกเราไม่ใช่แนวค่ะ จะออกเปรี้ยวๆ นิดๆ ค่ะ อิ่มแล้วก็เดินต่อขึ้นไปชั้น 4 เลยค่ะ เพื่อไปทำการแลกตั๋วรถบัส งานนี้เราจองมาจากในเว็บก่อนล่วงหน้าค่ะ ที่จะได้ไม่เต็มและสะดวกรวดเร็วด้วยไม่ต้องคุยอะไรกันมากยื่นใบจอง แล้วจ่ายเงินก็ได้ตั๋วมาแล้วค่ะ ลิงค์ไปจองรถบัสค่ะ http://highway-buses.jp/thai/fuji/

ค่าโดยสาร

ชินจุกุ ⇒ ทะเลสาบคาวากุจิ: ผู้ใหญ่ 1,750 เยน, เด็ก 880 เยน (เวลาเดินทาง: ประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที) ชินจุกุ ⇒ ฟูจิคิว ไฮแลนด์: ผู้ใหญ่ 1,750 เยน, เด็ก 880 เยน (เวลาเดินทาง: ประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที) ชินจุกุ ⇒ ภูเขาฟูจิ สถานีที่ 5: ผู้ใหญ่ 2,700 เยน, เด็ก 1,350 เยน (เวลาเดินทาง: ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) โปรดทราบ: ไม่เปิดบริการในฤดูหนาว เราไปลงแค่ที่ทะเลสาบคาวากุจิ นะคะเพราะเราจองโรงแรมไว้ที่นั่น ตั้งใจเอากระเป๋าเก็บที่ตู้ล็อกเกอร์ก่อนค่อยเดินทางไปภูเขาไฟฟูจิชั้น 5 ค่ะ 20160505_095951 20160505_100012 [caption id="attachment_22880" align="alignnone" width="225"]20160505_102947 ได้มาแล้วตั๋วรถบัส ที่นั่งของเราคือ 09A 09B 09C รถเราออก 10:45 ค่ะ จากภาพด้านบนด้านซ้ายจะเป็น Counter ที่ใช้แลกและซื้อตั๋วนะคะ ส่วนอีกภาพเป็นตู้ซื้อตั๋วค่ะ  นั่งรอแว๊บนึงรถก็มาแล้วค่ะ 20160505_103826 20160505_104743 20160505_104750 20160505_104815   หลังจาก นั่งๆ หลับๆ นอนๆ มาสักพักใหญ่ๆ เราก็เริ่มเห็นภูเขาไฟฟูจิแล้วค่ะ เด็กน้อยดีใจมากบอกว่าดีใจจังเราได้มาเห็นญี่ปุ่นของจริงแล้ว 5555 20160505_121638   พอถึงสถานี Kawaguchiko เราก็ไม่รอช้าเดินไปจองตั๋วรถ Fuji 5ft Station แบบ Round Trip กันก่อนเลย แล้วเอากระเป๋าเข้าตู้ล็อกเกอร์ ล็อกเกอร์แน่นมากกระเป๋าเราใบใหญ่จะฝากขนาด 600 เยนสักหน่อยไม่ว่างเลย 500 เยนก็ยัดไม่เข้า จำใจต้องฝากตู้ 800 เยนที่เหลืออยู่ตู้เดียว ณ ตอนนั้น ขอบอกว่าวันนี้คนต่อคิวขึ้นรถบัสไปฟูจิชั้น 5 เยอะมาก DSC_0046 DSC_0048 DSC_0051 DSC_0052หลังจากฝากกระเป๋าเรียบร้อย วิธีที่รอคนต่อคิวให้ซาลงไปดีที่สุดคือเดินหามื้อกลางวัน พอดีระหว่างทางที่นั่งรถมาก่อนเลี้ยวเข้าสถานีรถไฟ เราแอบเล็งร้านเทมปุระไว้ เดินกันไปเลยค่ะDSC_0053DSC_0054DSC_005820160505_132051 [caption id="attachment_22916" align="alignnone" width="660"]20160505_132837 อุด้งร้อนๆ ซดเวลาอากาศเย็นๆ ชื่นใจมากค่ะ ทานแอ้มกับเทมปุระ เข้ากันดีค่ะ [caption id="attachment_22917" align="alignnone" width="660"]20160505_132852 เทมปุระแป้งบางๆ มีไข่ กุ้ง ปลา มัน แตงกวา และพริกหวาน   อิ่มแล้วไปกันต่อเลยจ้า สถานีต่อไป ภูเขาไฟฟูจิชั้น5 DSC_0064 ฟูจิชั้น 5 อากาศเย็นมาก ลมมาทีหนาวขาสั่นเลย ดันใส่ขาสั้นมา แต่งตัวมาแบบไม่พร้อมอย่างแรงDSC_0068 DSC_0065DSC_0067DSC_0069 [caption id="attachment_22934" align="alignnone" width="660"]20160505_150028 เก็บภาพครอบครัวกันสักภาพนะคะ แสงเยอะไปหน่อยขาวไปหมดเลย แทบไม่เห็นยอดภูเขาไฟฟูจิเลย DSC_0074 DSC_0075 DSC_0078 DSC_0079 DSC_0080 DSC_0090   ตากลมกันสักพักเราก็กลับค่ะ เริ่มเย็นแล้วเดี๋ยวรถบัสรอบทะเลทราบจะหมดสะก่อน ไม่อยากแบกเป้เดินไปโรงแรม มันไกลเกินที่จะเดินแบกของหนักไปค่ะ ที่พักของเราสามารถนั่งรถบัสสายสีแดงไปลงที่สถานีที่ 7 ได้ค่ะ ตรง Herb Hall ค่ะ คืนแรกเราพักกันที่ ชิกิ โนะ ยาโดะ เม้าท์ ฟูจิ (Shiki No Yado Mt. Fuji)  [caption id="attachment_22979" align="alignnone" width="660"]ห้องพักของเรานอนชมภูเขาไฟฟูจิด้วยนะคะ ฟินเลยค่ะ ห้องพักของเรานอนชมภูเขาไฟฟูจิด้วยนะคะ ฟินเลยค่ะ [caption id="attachment_22978" align="alignnone" width="660"]วิวโรงแรมที่มี Background เป็นภูเขาไฟฟูจิ สวยงามมาก วิวโรงแรมที่มี Background เป็นภูเขาไฟฟูจิ สวยงามมาก DSC_0104 [caption id="attachment_23058" align="alignnone" width="600"]ห้องสุขาที่แยกสัดส่วนออกมา และห้องอาบน้ำ และอ่างอาบน้ำสำหรับแช่น้ำอุ่นเล็กๆ กระปิ๊ดจิ๋ว แต่สะอาดนะคะ ห้องสุขาที่แยกสัดส่วนออกมา และห้องอาบน้ำ และอ่างอาบน้ำสำหรับแช่น้ำอุ่นเล็กๆ กระปิ๊ดจิ๋ว แต่สะอาดนะคะ   [caption id="attachment_22974" align="alignnone" width="660"]อ่างล้างหน้าที่แบ่งตรงกลางระหว่างห้องอาบน้ำ และห้องสุขา อ่างล้างหน้าที่แบ่งตรงกลางระหว่างห้องอาบน้ำ และห้องสุขา [caption id="attachment_22973" align="alignnone" width="660"]ห้องนั่งเล่น และที่วางเตียงฟูกสำหรับเตียงเสริม สไตล์ญี่ปุ่น ลืมถามคนนอนว่าปวดหลังไหม 5555 ห้องนั่งเล่น และที่วางเตียงฟูกสำหรับเตียงเสริม สไตล์ญี่ปุ่น ลืมถามคนนอนว่าปวดหลังไหม 5555 หลังจากสำรวจที่พักกันเสร็จก็ออกมาสำรวจวิวรอบทะเลสาบบริเวณหน้าโรงแรมกันบ้าง ที่ทะเลสาบมีคนญี่ปุ่นมานั่งตกปลากันเยอะพอสมควรค่ะ DSC_0119 DSC_0127 DSC_0129 DSC_0134 DSC_0137 DSC_0149 DSC_0153  DSC_0156 DSC_0165 DSC_0166   เดินชมทะเลสาบกันแล้วก็ได้เวลาอาหารเย็น เย็นนี้เราจะทานอาหารที่โรงแรมกันนะคะเป็น Buffet เล็กๆ ค่ะ DSC_0160 DSC_0161 20160505_183221จบวันนอนหลับพักผ่อน อากาศดี ไม่ต้องเปิดแอร์ ไม่ต้องเปิดฮีทเตอร์ แง้มๆ หน้าต่างไว้ นอนห่มผ้าสบาย ตื่นเช้าขึ้นมารีบอาบน้ำแต่งตัว ไปทานอาหารเช้า buffet ที่โรงแรมอีกเช่นเคย วันนี้เราต้องรีบออก เพราะจะต้องเดินทางกันต่อ 20160506_074908แผนการเดินทางของเราวันนี้คือ การเดินทางจาก Kawaguchiko ไป Takayama กันค่ะ เริ่มโดยให้รถของโรงแรมไปส่งที่สถานีรถไฟ Kawaguchiko Station >> Otsuki Station >> Kofu Station >> Matsumoto Station หลังจากนั้นจองตั๋ว Bus จาก Matsumoto ไป Takayama กันค่ะ [caption id="attachment_23061" align="alignnone" width="206"]ก่อนอื่นก็ซื้อตั๋วรถไฟไปลง Otsuki ก่อนค่ะ ก่อนอื่นก็ซื้อตั๋วรถไฟไปลง Otsuki ก่อนค่ะ DSC_0174 DSC_0176 DSC_0178 DSC_0186 ถึงแล้วสถานี Otsuki จากการเดินทางที่สถานีนี้ทำให้เราเรียนรู้ว่า การถามเจ้าหน้าที่มันไม่ได้คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป ควรเชื่อจอแสดงผลที่บอกว่ารถไฟสายที่เรากำลังจะไปกำลังเข้าชาญชลา สำหรับเราเพื่อความมั่นใจยืนหน้าตู้แล้ว มีเจ้าหน้าที่อยู่เลยถามว่าใช้ตู้นี้ไหม พร้อมยื่นตั๋วให้ดู เจ้าหน้าที่บอกไม่ใช่ๆ ต้องข้ามไปฝากโน้น จบครับปนะตูปิดผ่านหน้าเราไปต่อหน้าต่อตา เดินกลับไปถามเจ้าหน้าที่ขายตั๋วบอกว่าคันที่ออกไปนั่นแหละที่เราต้องขึ้นปึ้งตกรถไฟไปโดยปริยาย รอคันต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง เสียดายตังค์กับ Reserved ตั๋วที่จองไว้ เฮ้ออออ จำไว้เป็นบทเรียน ถ้าอ่านออกไม่ต้องถาม เพราะคนญี่ปุ่นเขาพูดอังกฤษไม่เข้าใจจริงๆ แต่เคสนี้ไม่ใช่ว่าพูดไม่เข้าใจนะ แต่น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ใหม่ยังไม่ชำนาญว่าคันไหนเข้าชาญชลาไหนมากกว่า เพราะเราก็ยื่นตั๋วภาษาญี่ปุ่นให้อ่านนะ 2 3   หลังจากผ่านความวุ่นวายมาเราก็เดินทางด้วยรถไฟไปตาม plan ของเราต่อจนมาถึงสถานี Matsumoto ต้องรีบออกเพราะใกล้เวลารถบัสออกแล้วเรายังไม่มีตั๋วรถบัสเลย เดินตามป้าย Matsumoto Bus Station ไปเรื่อยๆ จนเจอ ที่เห็นสีน้ำเงินๆ ข้างๆ Ario เดินเข้าไปเลยค่ะ 13178915_10204553218430463_5251661863414526761_n 13173959_10204553225670644_3030897265994001149_n ได้ตั๋วมาแล้ว รอบนี้เราเดินทางด้วย Nohi Bus นะคะ ดูตารางและรายละเอียดได้ที่นี่เลยค่ะ รายละเอียด >>> http://www.nouhibus.co.jp/english/ TimeTable >>> http://www.nouhibus.co.jp/english/highwaybus/matsumoto.pdf 20160506_140436 13221634_10204553228310710_3831721108124743490_n การเดินทางของเราต้องขึ้นรถไฟต่อรถบัส บางมื้อเลยต้องอาศัยข้าวกล่องทานบนรถกันค่ะ น่ารักไปอีกแบบ แต่ไม่ค่อยถูกปากเท่าไรค่ะ 20160506_114910 20160506_140245 20160506_14042920160506_142554 เส้นทางระหว่าง Matsumoto ไป Takayama สวยงามมากค่ะ ไม่สามารถเก็บภาพความสวยงามตามที่ตาเห็นมาเป็นรูปภาพให้เพื่อนๆ ดูได้ ทำเอา 2 ชม. บนรถของพวกเราไม่น่าเบื่อเลยค่ะ ทั้งวิวบ้านที่มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นอยู่มากมาย เรานั่งรถฝ่าภูเขาข้ามเขากันหลายลูกมาก มีทั้งป่า ลำธาร น้ำตก ดอกพิงค์มอส ซากุระ ประปราย สวยงามมากค่ะ ได้ข่วว่าถ้าเป็นช่วงหิมะก็จะได้อีกฟิลนึงเลยนะคะ แต่แอบกลัวนิดๆ เพราะเป็นเส้นทางไต่เขา ถ้ามาช่วงฝนตก หิมะเยอะแลดูอันตรายเหมือนกัน   13226941_10204553206590167_2225216323699365434_n 13164236_10204553211710295_2925930414503952383_n ถึงแล้ว Takayama เมืองที่เราหลงรักและอยากกลับไปเยือนอีกแน่นอนทริปหน้า จะขออยู่ 2 คืน จะกินเนื้อฮิดะให้หายอยากไปเลย20160506_170606 คืนนี้เราพักกันที่ สปา โฮเต็ล อัลพินา ฮิดะ ทาคายามะ (Spa Hotel Alpina Hida Takayama) ดงแรมไม่ใหญ่มากระดับ 3 ดาว ห้องพักเล็กกระทัดรัด สะอาดมาก มีออนเซ็นและสปาบริการ 20160507_065227 20160506_164652 20160506_164659 20160506_164705 20160506_164720 20160506_164741 คราวนี้เราไปชมรอบๆ Takayama กันบ้างค่ะ เป็นเพียงแค่บางส่วนนะคะ เพราะเวลาน้อยได้ไปเดินเล่นแค่ช่วงเย็น พอหัวค่ำ ร้านก็ปิดกันเกือบหมดละ อีกอย่าง 2 คนพ่อลูกเค้าจะไปแช่ออนเซ็นกัน เมืองเล็กๆ น่ารักๆ สงบ บรรยากาศดี     [caption id="attachment_23085" align="alignnone" width="660"]20160506_175201 การเดินทางครั้งนี้ ไม่พลาดที่แวะ Information หยิบแผนที่เมืองทะคะยาม่ามาด้วย ดูสิดูมีฉบับภาษาไทยด้วยนะคะคุณ น่ารักมากมาย แต่ถามว่าได้ใช้ไหม ไม่ได้ใช้ค่ะ เวลาไม่พอ [caption id="attachment_23086" align="alignnone" width="660"]20160506_174826 ดังโงะไม้ละ 80 เยน เด็กน้อยชอบ บอกอร่อย เดินเที่ยว แวะชมเมนูอาหาร DSC_0226 DSC_0221DSC_0224 DSC_0240 DSC_0227  DSC_0237 เย็นแล้วหาร้านเนื้อทานกันดีกว่า สะดุดตาร้านหัวมุมเลยเดินไปดูเมนู เอมีแต่ภาษาญี่ปุ่นแต่เอาน่ะ มีภาพอยู่ยังพอรู้ว่าคืออะไร จัดไป อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ DSC_0234 20160506_17581220160506_180005 20160506_180016 20160506_180454   20160506_180001 20160506_180537 ยังไม่จบแค่นั้น เรามีร้านเนื้อฮิดะย่างเสียบไม้ที่เล็งไว้ตั้งแต่ตอนเดินมา เรากลับไปค่ะ ไปทานเนื้อย่างกันอีกเพราะที่ร้านข้างบนเนื้อย่างเสียบไม้หมด เลยมาทานร้านนี้แทน ไม้ละ 600 เยน ค่ะ DSC_0248 DSC_0249 DSC_0250 ดูหน้าเด็กน้อย กำลังฟินกับเนื้อย่างนุ่มๆ เรียกว่า 5 ไม้นี่แย่งกันกินเลย     DSC_0253   มาชมบรรยากาศกันต่อ มันสวยงามน่าอยู่มาก พูดจริง!!!! DSC_0279 DSC_0281 DSC_0282    DSC_0271 ตาม plan วันต่อไปเราจะไปเที่ยวเมืองมรดกโลก Shirakawago กันค่ะ ตอนแรกที่วางไว้จะไปรถของ Nohibus แต่เปลี่ยนใจค่ะ ไปกับทัวร์ของ J-hop ค่ะ จองผ่านเว็บได้ ที่นี่เลย มีไกด์บนรถ และที่สำคัญเวลาการเดินทางสวยงามมากค่ะ แถมนิดนึง ไกด์เก่งมากค่ะ พูดภาษาไทยได้ด้วยนิดหน่อย แถมแผนที่ภาษาไทยให้ด้วยอีกต่างหาก [caption id="attachment_23117" align="alignnone" width="660"]DSC_0298 จุดชมวิว Shirakawago ในวันที่ฝนพรำ [caption id="attachment_23130" align="alignnone" width="660"]20160507_094719 หมู่บ้านที่เป็นหลังคาทรงกัสโซ่ ซึ่งแปลว่า พนมมือ DSC_0294 20160507_081445 20160507_084639 DSC_0299 DSC_0303 DSC_0307 20160507_094000 20160507_100538 20160507_094007 20160507_094029 20160507_094420 20160507_094427 20160507_094446 20160507_094706 20160507_094742 20160507_094847 20160507_094957 20160507_095305 20160507_095332 มื้อเที่ยงวันนี้เราฝากท้องไว้ที่ Shirakawago เลยค่ะ ร้านนี้อยู่ตรงบริเวณที่จอดรถค่ะ เข้าไปเป็นตู้สั่งอาหารค่ะสะดวกดีค่ะ มีเมนูภาษาอังกฤษด้วยจ้า DSC_030820160507_10285420160507_10281420160507_10271220160507_102652 หลังจากไปตะลุย Shirakawago กันมาเรียบร้อย เราก็ไปเอากระเป๋าที่โรงแรม เรา Checkout ตั้งแต่เช้าแล้วฝากกระเป๋าไว้ค่ะ ความจริงถ้าไปกับทัวร์ เราสามารถเอากระเป๋ามาได้เลยนะคะ ฝากไว้ที่รถได้เลย เราก็เดินมาสถานีรถบัส เพราะเราได้จองตั๋ว bus ไว้เส้นทาง Takayame ไป Shinjuku ค่ะ เนื่องจากประหยัดกว่านั่งรถไฟ เพราะทริปนี้เราไม่ได้ซื้อ JR Pass อะไรไว้เลย ก็ชิวๆ ดีค่ะ 5 ชั่วโมงครึ่ง แต่มีที่พักระหว่างทางตลอดนะคะ ประมาณ 3 จุด ให้เวลาจุดละประมาณ 10-15 นาที ให้ลงไปเข้าห้องน้ำ หรือใครหิวก็เกี่ยวอาหารเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมาทานบนรถได้ค่ะ ส่วนใหญ่ที่เขาเอาขึ้นมาทานกันก็จะเป็น น้ำ แซนด์วิช ขนมปัง เบาๆ แค่รองท้องกันค่ะ บนรถเงียบมากค่ะมีแต่เด็กน้อยที่ไม่ยอมหลับนั่งพูดมาตลอดทาง DSC_0292   มาชมภาพ Park Area ระหว่างทางกันบ้างค่ะ DSC_0320 DSC_0321 DSC_0322 DSC_0323 DSC_0311 DSC_0314 DSC_0316 DSC_0317 จบการเดินทางอันแสนยาวนานของเรา ก็เข้าสู่ความสิวิไลในเมืองหลวง มาถึงแล้ว ชินจูกุ 2 คืนสุดท้ายที่ญี่ปุ่น เรานอนที่ ไอบิส โตเกียว ชินจูกุ (ibis Tokyo Shinjuku) ด้วยความเป็น iBis ก็รู้อยู่แล้วว่าห้องพักไม่ได้มีขนาดใหญ่ แต่เรา 3 คนก็สามารถอยู่ได้สบายๆ ค่ะ ที่เลือกชินจูกุเพราะเดินทางไปเที่ยวไหนต่อก็สะดวก อีกอย่างขากลับก็ง่ายด้วยเพราะเราจอง N'EX ไว้แล้ว ก่อนอื่นมาชมห้องพักของเราก่อนนะคะ 20160507_190403 20160507_190354 เรามาถึงค่ำ วางกระเป๋าแล้วออกไปเดินชินจูกุกันค่ะ พร้อมกับหาอะไรทานกันค่ะ [caption id="attachment_23158" align="alignnone" width="225"]20160507_191341 Dance Academy ตรงข้ามโรงแรม เห็นแล้วอยากเต้นเลย DSC_0346 DSC_0339 DSC_0330 DSC_0328   เดินๆ ไปเจอร้านซูชิสายพานร้านนึง มองเข้าไปในร้านไม่มีคน เรายังไม่ได้ทานอาหารเย็นกัน เข้าไปลองสักหน่อย พอเข้าไปเชฟเป็นคุณลุงๆ ทั้งนั้นเลย อาหารอยู่บนสายพานไม่เยอะ แต่พอเรานั่งเขาก็เริ่มจัดอาหารลงสายพาก พร้อมทั้งบอกว่าสั่งตามในเมนูได้นะ พอเรานั่งสักพักก็เริ่มมีคนทะยอยเข้าร้านค่ะ อาหารอาจจะไม่สดเหมือนๆ ซูชิร้านอื่น แต่ก็ดีในระดับเทียบเท่าเมืองไทยร้านทั่วๆ ไปนะคะ ราคามี 105, 215, 3xx จำราคาไม่ได้ค่ะ 5555 ส่วนเด็กน้อยเขาไม่ชอบร้านนี้เพราะร้านดูเก่าๆ น้องเขาดูแล้วกลัวเด็กคนนี้เรื่องมากชอบร้านสะอาดๆ แต่สำหรับพ่อแม่ สบายมากค่ะ ร้านไม่ได้แย่ขนาดนั้น คนทำอายุขนาดนี้ต้องมีฝีมือแหละ ไปชมภาพเลยละกันค่ะ เก็บมานิดเดียว DSC_0349 20160507_194042   เนื่องจากเจ้าตัวเล็กไม่ยอมทานเราก็เลยทานกันไปนิดเดียวค่ะ แต่นิดเดียวนี่คุณแม่ก็อิ่มนะคะ เด็กน้อยไปต่อด้วย นัตเก็ต KFC ค่ะ ส่วนคุณพ่อต่อด้วยเบอร์เกอร์ร้านที่เล็งตั้งแต่ไปเช็คอินห้องพัก เพราะอยู่ใต้โรงแรมเรานี่เอง ขอบอกแอบชิมแล้วอร่อยมาก แป้งนุ่ม เนื้อหอมอร่อยเลยทีเดียว แนะนำเลยค่ะ the 3rd Burger ใต้โรงแรม ไอบิส โตเกียว ชินจูกุ (ibis Tokyo Shinjuku) DSC_0326 20160507_204030   เมื่อเราอิ่มท้องกันแล้วก็นอนพักผ่อนค่ะ ตื่นเช้า เดินทางมาตลอด คืนนี้ขอนอนยาวนานกว่าทุกวันหน่อยค่ะ วางแผนว่าตื่นเมื่อไรค่อยออกเดินทางกัน เราวางแผนไว้ว่าจะไป 6 สถานที่ค่ะ แต่เอาเข้าจริงไปได้แค่ 3 เพราะติดลมอยู่ที่ Asakusa และ ตลาด Ameyoko Ueno เราไป Ueno Park และ ไปเดินเล่นที่ตลาด Ameyoko กันก่อนค่ะ DSC_0365 DSC_0362 DSC_0371 DSC_0395 DSC_0388 DSC_0386 20160508_095056 เดินมาเรื่อยๆ เจอเหมือนซุ้มขายอาหารหน้าศาลเจ้า เรายังไม่ได้ทานอาหารเช้ากันค่ะ มื้อนี้ขอฝากท้องไว้ตรงนี้ละกันค่ะ [caption id="attachment_23177" align="alignnone" width="660"]DSC_0402 เด็กน้อยไม่พลาดกับซุ้มนี้ ขนมรูปโดราเอมอน 20 ชิ้น 500 เยน จัดไปค่ะ เดินกินไปตลอดทางยันกลับโรงแรม สรุปทานไม่หมด [caption id="attachment_23180" align="alignnone" width="660"]DSC_0418 ยากิโซบะค่ะ อยากกินผักเยอะกว่าเส้น แต่ได้เส้นมากกว่าผัก [caption id="attachment_23182" align="alignnone" width="660"]DSC_0414 ปูอัดไม้ใหญ่โต อร่อยดีค่ะ [caption id="attachment_23183" align="alignnone" width="660"]DSC_0416 ไส้กรอกอันยาวมาก เหนียวๆ เด็กน้อยทานไม่หมด [caption id="attachment_23181" align="alignnone" width="660"]DSC_0419 มีพื้นที่ให้นั่งทานอาการได้นะคะ DSC_0400 DSC_0409 20160508_100207 DSC_0411 ต่อมาก็มาเดินช้อปปิ้งย่านตลาด Ameyoko กันบ้างค่ะ ตาม Plan ที่นี่ไม่ได้จะไปนะคะ แต่พอดีน้องสาวเพื่อนฝากซื้อกระเป๋าเราก็บอกว่าไม่รู้ที่ซื้อของเลย น้องถามไป Ueno ไหมตรงนั้นมีตลาดพี่ อ้าวเหรอ เอ่อดีๆ จะได้ซื้อของกลับบ้านจากที่นี่แหละ และแล้วเราก็ติดอยู่ที่นี่จนไม่ได้ไปที่อื่นๆ ตามแผน 5555 แต่ได้ของที่เด็กน้อยตั้งใจมาซื้อนั่นก็คือของเล่นขนมที่กินได้ที่เป็นกล่องๆ แกเอามันทุกแบบทั้งทำพิซซ่า ทำซูชิ ทำข้าวกล่อง บลาๆๆๆๆ ถูกใจเค้าละเป้าหมายหลักในการมาญี่ปุ่นของเค้าเลยแหละ DSC_0504 DSC_0501 DSC_0498 DSC_0428 DSC_0426   มีแอบเดินไปส่องของที่ตึกม่วงมาด้วยนะคะ แต่ไม่ได้อะไรติดมือมาเพราะเราไม่ได้มาแนวช้อปปิ้งอยู่แล้ว แต่เห้นคนเขาพูดถึงกันเลยเดินมาดูสักหน่อย อ่อได้ๆ ได้น้ำหอมมาฝากคุณพ่อ 1 ชิ้น สถานีต่อไปที่เราไปกันก็คือ

วัดเซ็นโซจิ (Sensoji) ย่าน Asakusa

เดินออกมาจากสถานีรถไตามป้ายขึ้นมา ตกใจเจอหนุ่มๆ ร่างกายกำยำหลายๆ ท่านยืนกันเยอะแยะมากมาย แต่งตัวแปลกๆ อ่อนุ่มลากรถนี่เอง อยากลองนั่งแต่เขินค่ะ ไม่เอาดีกว่า 5555 DSC_0440 เลี้ยวซ้ายเจอนี่ค่ะ ตึกของบริษัทผลิตเบียร์อาซาฮี DSC_0443พอเลี้ยวขวาเดินตามทางไปเรื่อยๆ ก็จะเจอทางเข้าวัดค่ะ ผู้คนละลานตามากเลยค่ะ DSC_0452DSC_0458 DSC_0468 [caption id="attachment_23203" align="alignnone" width="660"]DSC_0481 ต่อคิวแจกชาให้ชิมฟรี คิวยาวเชียว 20160508_131444   เราใช้เวลากับที่นี่พอสมควรเพราะ ร้านค้าหน้าทางเข้าวัดดูดเราตลอดทางแวะเข้าเกือบทุกร้าน ไม่ได้ซื้อนะคะ ตามหาของพอดีอยากได้ เซ็ตนกฮูกค่ะ แต่หาไม่ได้แบบที่ต้องการเลย เดินออกจากวัด เริ่มหิวแล้ว เดินผ่านร้านนึงเป็นเส้นทางที่เชื่อมกับทางออกของสถานีรถไฟค่ะ ร้านดูดีน่านั่ง เดินไปดูเมนูโอเคราคารับได้ ไม่รอช้าเข้าไปกันเลยจ้า หิวมาก จัดกันมาเต็มโต๊ะ เลย ชื่อร้าน

浅草うまいもん あづま Asakusa ADUMA

มี Facebook ร้านนะคะ ไปหามาให้ค่ะ https://www.facebook.com/asakusa.aduma/ [caption id="attachment_23202" align="alignnone" width="660"]20160508_134828 จานแรกมาแล้ว ซูชิรวม มีหลายเซ็ทนะคะ แต่เด็กน้อยชอบทานไข่ปลาค่ะ เลยเลือกเซ็ทนี้ [caption id="attachment_23201" align="alignnone" width="660"]20160508_134715 ทงคัตสึเซ็ท [caption id="attachment_23200" align="alignnone" width="660"]20160508_134646 เซ็ทนี้ชามใหญ่มาก เด็กน้อยสั่งอีกตามเคย เราเลยอดสั่งอาหารเพราะคิดไว้แล้วว่า ฉันต้องเคียร์ชามนี้แน่ๆ และก็เป็นไปตามคาด น้ำซุปอร่อยค่ะ ทานกับหมูชาชู เข้ากันดีอร๊อยอร่อย [caption id="attachment_23199" align="alignnone" width="660"]20160508_134640 มากุโร่ ซาซิมิ นุ่มมากกกกก ฟินเลยค่ะ [caption id="attachment_23196" align="alignnone" width="660"]20160508_134834 ซาซิมิ เซ็ท งั่มๆ อร่อยๆ สดๆ [caption id="attachment_23197" align="alignnone" width="660"]20160508_141204 ค่าเสียหายมื้อนี้ จัดไปรูดบัตรสิคะ โชคดีทริปนี้เราใช้บริการบัตรเครดิต CIMB ท่องเที่ยวนะคะ ค่าธรรมเนียมใช้ต่างประเทศ 1% เองค่ะ เจ้าอื่นๆ 2.5% แถมกลับบ้านไปโทรไปผ่อน 0% 4 เดือนได้อีก 55555 เมื่อท้องอิ่มเราก็ไปกันต่อค่ะ สถานีต่อไป Tokyo Tower อีกสถานที่ใฝ่ฝันของเด็กน้อย สถานที่ที่เด็กน้อยบอกว่า หอไอเฟล คือ Tokyo Tower 55555 ฮีไม่รู้จักปารีสค่ะ บอกว่าไม่ใช่ก็เถียงหัวชนฝา DSC_0515 DSC_0526 DSC_0528 DSC_0561 DSC_0533 DSC_0535 DSC_0537 DSC_0539 DSC_0541 DSC_0549 DSC_0555 DSC_0558 DSC_0559     เราได้รองท้องกันที่ศูนย์อาหารที่โตเกียวทาวเวอร์ ไปแล้วนะคะ แต่เนื่องจากยังไม่ได้จัดเนื้อย่างเต็มๆ สักทีเลยหาข้อมูลตั้งใจจะไปทานที่ Gyu-kaku ราคาไม่หนัก ถึงแม้ตรงข้ามโรงแรมจะมี RAKKASEN อันเลื่องชื่อแต่ทรัพย์ในกระเป๋ามิอาจเอื้อมถึง ผลจากการค้นหาร้าน Gyu-Kaku ใน Google ก็พบว่าซอยหลังโรวแรมเรามีนี่นา ปะ ไปทานกัน เสียดายพนักงานต้อนรับพูภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่ก็สามารถพอสื่อสารกันรู้เรื่อง ได้ทานอย่างหนำใจ 20160508_195906 20160508_200531 จบทริปค่ะ เสียดายเวลาน้อยยังไปไม่ครบทุกที่ที่อยากไป ยังไม่ได้มีเวลาซึมซับบรรยากาศในเมืองและสถานที่ที่ชอบ ขอสัญญาว่ารอบหน้าจะมีเวลาให้มากกว่านี้ แต่วันนี้ขอไปหยอดกระปุกเก็บเงินไว้สำหรับทริปต่อไปก่อนนะคะ ขากลับตอนออกจากนาริตะ ไม่ได้นั่ง JAL นะคะ ได้นั่ง MH เครื่องใหญ่เบ่อเร่อเลยค่ะ ที่นั่งตรงกลาง 4 ที่นั่งแหนะ ลุงด้านหลังนั่งคนเดียวทั้งแถวสบายเลยค่ะ นอนยาวเลย ไม่เกรงใจคนอื่นเลยเห้อ แถมด้านหน้าเเจอครอบครัวชาวอินเดียวอีก เด็กๆ 4 คน ที่ซนมากๆ ซนขนาดที่ลูกเรากลายเป็นเด็กดีในสายตาผู้โดยสารคนอื่นๆ เลยค่ะ คิดดูละกันว่าจะดื้อขนาดไหน ส่งสารฝรั่งข้างๆ คงรำคาญ่าดู เพราะเขากระโดดไปเบาะโน้นทีเบาะนี้ที เครื่องจะลงกัปตันสั่งให้คาดเข็มขัดเครื่องกำลังจะแตะพื้นสักพักปลดเข็มขัดเดินไปนั่งเบาะอื่น จนสามีเราต้องบอกเด็กว่าขาดเข็มขัดด้วย คือแม่ดูแลไม่ทั่วถึงเพราะแม่ก็เดินไปปนั่งอีกเบาะกับลูกอีกคน เหนื่อยใจแทน ปิดทริปด้วยภาพอาหารบนเครื่องขากลับค่ะ เก็บภาพมาไม่หมด ค่ะได้มาแค่บางส่วน 20160509_185154 20160509_11412520160509_113048   ขอลาไปด้วยภาพสวยๆ ของแต่ละเมืองที่ไปแทนละกันนะคะ แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าค่ะ บับบายยยย DSC_0542 20160506_170556 DSC_0133 DSC_0298      

Share this Post

top
top