แบกเป้ ขับรถเที่ยว Hokkaido-Tokyo 2016

18 May 16 | By oriental_princess_2

ครั้งนี้เราเน้นพักผ่อนเต็มที่เดินทางช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ สำหรับทริปนี้เราจะ รีวิวเที่ยวญี่ปุ่นกันอีกแล้ว ทริปนี้ แบกเป้ ขับรถเที่ยว Hokkaido-Tokyo 2016 8 วัน 7 คืน มีเช่ารถขับเองด้วย สะดวกสบายดี เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า สิ่งที่ต้องเตรียม 1. ทำใบขับขี่สากล 2. จองโรงแรม ผ่าน www.zizzee.com 3.เปิด data roaming จาก ค่ายมือรถถือ Ais ,Dtac ,True 4. โหลดapp รถไฟญี่ปุ่น hyperdia 002 5.โหลด app Tokyo subway 001 6.เช่า pocket wifi (แล้วแต่สะดวกเพราะเรายังไม่มั่นใจระบบมือถือและ internet เมืองไทย) ใช้เชื่อมต่อได้10เครื่อง อยู่ได้ประมาณ 13 ชม. เตรียมpower bank ไว้ด้วยนะ เหล่านี้จำเป็นสำหรับการเดินทาง วันที่ 1 เริ่มเดินทาง กรุงเทพฯ-เกาหลี-Sapporo เราเดินทางด้วยสายการบิน Korea airline สามารถแวะพักเกาหลี ได้ แต่เราไม่พัก ไปต่อญี่ปุนเลย เมื่อถึงสนามบิน เราก็มุ่งตรงไปหาเช่า pocket wifi อยู่ทางขวา ของทางออก มีให้เลือกหลายยี่ห้อ แต่เราเลือก Ntt docomo เพราะสัญญาณดีที่สุดใน ญี่ปุ่น ค่าเช่า ประมาณ 1,600กว่าเยนต่อวัน และเลือกคืนเครื่องที่ สนามบิน Haneda ตอนกลับ 003 ถึงสนามบินแล้ว 004 ออกมาก็ตรงไปหาซิมอินเตอร์เนตใช้กันก่อน การเข้าเมือง Sapporo มีหลายวิธี จะนั่งรถไฟ หรือ Airport bus หรือ taxi แล้วแต่สะดวก แต่เราเลือก นั่ง Airport bus เข้าเมืองเพราะจอดที่หน้าโรงแรมเราเลย ไม่ต้องหิ้วกระเป๋า ให้เมื่อยและประหยัด ผู้ใหญ่ 1030เยน เด็ก 520 เยน ซื้อได้ที่ ตู้ขายตั๋วได้เลย เดินลงมาชั้น 1 ที่จะขึ้น Bus สายเรา คือ 65 ที่นี่ต้องตรงเวลามาก อย่าขึ้นก่อนหรือหลังตารางเวลา เดี๋ยวจะขึ้นผิดคัน ไปส่งผิดที่ แต่ไม่ต้องกังวล จะมีคนคอยถามอยู่ ว่าไปลงที่ไหน (คนคงขึ้นผิดกันเยอะ) 005 หน้าตาตู้ขายตั๋วรถบัสเข้าเมือง [caption id="attachment_22762" align="aligncenter" width="660"]006 ได้ตั๋วมาแล้ว [caption id="attachment_22761" align="aligncenter" width="660"]007 มารอขึ้นรถที่ป้ายนี้ และแล้วก็ถึงที่พัก Sapporo Grand Hotel (ดูข้อมูลเพิ่มเติม ที่ http://m.zizzee.com/#!Hotel/Japan/Sapporo/sapporo-grand-hotel_115428 ) ใกล้ Jr Sapporo เดิน 5นาที และมี Airport bus จอดที่โรงแรม และห่างจาก Susukino ย่าน shopping แหล่งรวมร้านอาหารและ ท่องเที่ยวกลางคืน เดินเพียง 10 นาที [caption id="attachment_22758" align="aligncenter" width="660"]010 ที่พักของเราคืนนี้ 008 009 หลังจากพักที่โรงแรม สักพัก เราก็ออกไปเช่ารถ ที Toyota rent a car ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ JR SAPPORO ตรงข้ามโรงแรม Monterey Sapporo เราเลือก toyota Prius Hybrid ซึ่งประหยัดน้ำมันมาก พร้อม เช่า IC card สำหรับทางด่วนด้วย ค่าเช่าต่อวัน 9720 เยน ในรถมี Gps eng ด้วย ง่ายๆ จะไปไหน ใส่ เบอร์โทร ชื่อ หรือ map code ระบบจะนำทาง ไปให้เลย ที่ญี่ปุ่นขับพวงมาลัยขวา เหมือนเมืองไทยเลย หลังจากเช่ารถเสร็จ พวกเราก็มุ่งหน้า ไป Susukino เพื่อหาขาปูยักษ์ทาน [caption id="attachment_22757" align="aligncenter" width="576"]011 JR Toyota rent a car 012 013 014 015 016 017 018 019 Susukino เป็นย่าน shopping ทั้งกลางวันและกลางคืน จะมีห้างดังๆมากมาย เช่น Parco และเป็นแหล่งรวมร้าน อาหาร อร่อยมากมาย ตรงแยก จะมี สถานีรถรางSusukino ซึ่งยังอนุรักษ์ รถรางแบบสมัยก่อนอยู่ ซึ่งรถรางจะวนรอบๆเมือง [caption id="attachment_22780" align="aligncenter" width="660"]รถรางโบราณ รถรางโบราณ [caption id="attachment_22781" align="aligncenter" width="660"]020 สถานีรถไฟ Jr Sapporo   การขับรถที่นี่ค่อนข้างเป็นระเบียบ จะให้ความสำคัญกับคนข้ามถนนต้องหยุดให้ข้ามก่อน และที่สำคัญ อีกอย่างคือ ที่จอดรถ ห้ามจอดรถ ตามใจฉัน ไม่งั้นโดนปรับหนัก ต้องจอดในที่จอด ซึ่งจะมีอยู่เป็นระยะ ที่นี่ใช้ระบบที่จอดอัตโนัติ เข้า รับบัตร เวลาออก เสียบบัตร จ่ายเงินตามระยะเวลา แล้วจึงจะออกได้ ทีแรกก็งงเต็กเหมือนกัน ต้องคอยดูชาวบ้าน เขาทำไง 555 [caption id="attachment_22777" align="aligncenter" width="660"]024 หยุดให้คนข้ามก่อน ตามกฎจราจรนะครับ [caption id="attachment_22775" align="aligncenter" width="660"]026 ตู้เหลืองๆนี่แหละ ที่สำหรับจอดรถ 027 028 แล้วเราก็ไปกิน บุฟเฟ่ ขาปูยักษ์ ที่นิยมของ คนไทย และคนจีน ที่ร้าน Nanda ตึก Cyber City แถวย่าน Susukino ขาปูยักษ์ใหญ่จริงๆ เป็นบุฟเฟ่ต์100 นาที ผู้ใหญ่หัวละ 3,200เยน คุ้มนะ เราว่า กินกันจนพุงกาง คนแน่นเอียด ถ้าไปช้าอาจต้องรอต่อคิวนะ แนะนำ ไปเร็วหน่อย 029 030 031 032 วันแรกหมดไปอย่างรวดเร็ว พวกเราเที่ยว อย่างชิวๆ เดินย่อยอาหาร ชมแสงสี ยามค่ำคืนซักพักเราก็กลับไปพักผ่อนที่โรงแรม 022 023 ข้อแนะนำ* ย่าน Susukino มีตรอกราเมง ถ้าใครอยากทานราเมงฉบับ Hokkaido หาทาน ที่นี่ได้เลย ร้านเรียงกันเป็นตับ รูปแบบ และรสชาติน้ำซุป ก็ มีให้เลือกต่างๆกันแล้วแต่จะชอบ แต่เราทานบุฟเฟ่ต์ ขาปูยักษ์จนอิ่มแล้วเลยไม่มีท้องจะทานอีก เสียดาย ร้านจะเปิด บ่ายๆ ถึง ดึกเลย [caption id="attachment_22767" align="aligncenter" width="576"]034 ร้านราเมง เจ้าอร่อย ตามแมพไปเลย [caption id="attachment_22768" align="aligncenter" width="660"]033 ภาพหน้าร้าน เสียดายที่เราจัดขาปูมาอิ่มแล้ว ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน วันที่ 2 เราวางแผนมา Shiroi Koibito Park และ Otaru Shiroi koibito Park อยู่ห่างจาก Sapporo ประมาณ 27 km ใช้ทางด่วน เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ใกล้กันมาก อยู่ระหว่างทางไป Otaru แนะนำมาแวะทาน Icecream และ soft cream chocolate และซื้อ ขนมฝากที่นี่ก่อนไป Otaru [caption id="attachment_22834" align="aligncenter" width="660"]035 เดินทางด้วยทางด่วน [caption id="attachment_22832" align="aligncenter" width="660"]036 Shiroi Koibito Park [caption id="attachment_22831" align="aligncenter" width="660"]037 Shiroi Koibito Park [caption id="attachment_22830" align="aligncenter" width="660"]038 Shiroi Koibito Park [caption id="attachment_22829" align="aligncenter" width="576"]039 ร้านขนมใน Shiroi Koibito Park [caption id="attachment_22828" align="aligncenter" width="660"]040 มีแต่ขนมน่าทานทั้งนั้น มาทั้งที ต้องแวะทาน icecream และซื้อขนม ที่นี่ด้านบนมี ที่สะสมของที่ระลึก และ model super hero ของเด็กๆด้วย [caption id="attachment_22822" align="aligncenter" width="660"]045 ice cream แสนอร่อย [caption id="attachment_22825" align="aligncenter" width="660"]043 ขนมน่าทานมาก เลือกไม่ถูกเลย สำหรับโซนของสะสม ของที่ระลึก และ model super hero เราไปเจอรองเท้าของแชมป์นักมวยปล้ำญี่ปุ่นในอดีตด้วย [caption id="attachment_22827" align="aligncenter" width="660"]041 เท้าใหญโคตรๆเลย 042 เดินเล่นซื้อของฝากสักพัก ก็เริ่มมุ่งหน้าสู่เมือง Otaru ซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่นานสัก 25นาทีก็ถึง ถิ่นแรกที่เรามาเยือนคือ ถนน คนเดินแถว Sakaimachi ที่นี่จะมีทีจอดรถ อยู่หลายแห่งไม่ต้องกังวลที่จอดรถเลย ถนนคนเดิน แถบ นี้จะมีร้านค้าเรียงรายสองข้างทาง มีทั้งของที่ระลึก และ ร้านขนมและของฝากดังๆมากมาย [caption id="attachment_22821" align="aligncenter" width="660"]046 บรรยากาศเมือง Otaru 049 ร้านแรกที่แวะเข้ามาชิม ชูครีมชื่อดัง และ yukikon cheese ร้านนี้อยู่บนถนนคนเดิน Sakaimachi [caption id="attachment_22820" align="aligncenter" width="660"]047 ดูจากจำนวนคนที่รอคิว คงพอบอกได้ว่าของเค้าอร่อยจริง [caption id="attachment_22817" align="aligncenter" width="660"]050 บรรยากาศในร้าน [caption id="attachment_22816" align="aligncenter" width="660"]051 yukikon cheese น่าทานสุดๆ [caption id="attachment_22815" align="aligncenter" width="576"]052 ชูครีมหน้าตาธรรมดา แต่อร่อยมาก รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น [caption id="attachment_22814" align="aligncenter" width="660"]053 เด็กคนนี้อยากกินมากจนลืมแกะพลาสติกออก อ่ะ หลังจากนั่งทานชิวๆ เสร็จ ก็เดินไปที่พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีเพื่อซื้อของที่ระลึก มาที่ Otaru ทั้งต้องซื้อกล่องดนตรี เป็นของที่ระลึกกลับบ้าน เพราะที่นี่ ขึ้นชื่อเรื่อง กล่องดนตรี และเครื่องแก้ว ได้ของกลับหลายชิ้นอยู่ ราคาไม่แพงเลย เห็นแล้ว อยากได้หลายอย่าง แต่กลัวเอากลับไม่ไหวเพราะต้องเดินทางหลายแห่ง [caption id="attachment_22810" align="aligncenter" width="660"]056 พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี [caption id="attachment_22809" align="aligncenter" width="660"]057 พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ญี่ปุ่นนี่ขึ้นชื่อการ ทำของกุ๊กกิ๊กมากๆ ที่นี่ร้านค้าแถวนี้จะปิดค่อนข้างเร็ว 6 โมงกว่า ก็ปิดเกือบหมดแล้ว ยิ่งหน้าหนาวยิ่งปิดเร็วเข้าไปใหญ่เพราะมืดเร็วกว่าปกติ ข้างนอกมีนาฬิกาไอน้ำตั้งอยู่ข้างๆ 054 รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น 055 รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น หลังshopping เสร็จ เราก็มุ่งหน้าไปหาข้าว เที่ยงและเย็นกินกันเลย ที่ร้าน Minshuku Aozukashokudo ร้านอาหารทะเล ริม อ่าว Otaru เจ้าดัง ใกล้กับ Otaru Aquarium 058 059 060 061 062 อยากบอกว่าถ้ามีโอกาสได้มา Otaru อย่าลืมมาทานอาหารทะเลร้านนี้นะ เพราะราคาไม่แพง สมเหตุผล และ อร่อยจริงๆ ซัดกันเต็มพุงเลยแหละ ปูที่นี่แกะให้ ทานได้สะดวก และอร่อย ไม่ผิดหวัง จริงๆ ส่วนราคา ทานไป ประมาณ 8,400 เยน ส่วนตัวคิดว่า ไม่แพงนะ ถ้าเทียบกับคุณภาพอาหารและขนาด ทางมาร้านนี้ จะเลยทางเข้า Otaru Aquarium มานิดนึง จะอยู่ซ้ายมือ เกือบสุดถนนแล้ว ช่วงที่มาทานประมาณ บ่าย 4โมงครึ่ง ยังไม่ค่อยมีคน พอทานเสร็จ คนเริ่มมาเต็มร้าน จากนั้น เราขึ้นไปถ่ายรูปแถวประภาคาร ถ้ามีเวลา น่าจะไปถ่ายรูปที่ Observation deck ซึ่งอยู่เหนือ Otaru Aqurium 063 064 อีกสถานที่แนะนำให้แวะเที่ยว Otaru Aquarium เป็นที่ๆไม่ควรพลาดใน Otaru นะ สัตว์น้ำน่ารักและแสนรู้มาก เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กไปด้วย (ภาพประกอบจากทริปเก่า) 065 066 067 068 069 070 หลังจากทานอาหารจนอิ่ม พวกเราวางแผน ไปขึ้นกระเช้าไป ยอดเขา เทนกุ และไปขอพร เทพเจ้า เทนกุ เราใช้เวลาเดินทางสัก15นาที ก็ถึงเทือกเขา เทนกุ เมืองโอตารุยามค่ำคืน สวยจริงๆ ข้างบนมี cafe ให้นั่งทานอาหารและจิบชากาแฟ ชมวิวได้ จากมุมนี้จะเห็นมหาสมุทร และเมือง โอตารุ อย่างชัดเจน 073 074 075 ที่นี่ช่วงหน้าหนาว จะเป็นแหล่งที่นิยมเล่นสกีแห่งหนึ่งในฮอกไกโด จากนั้นพวกเราไปขอพรเทพเจ้าเทนกุ เราเอาวิธีมาฝากด้วยนะ [caption id="attachment_22789" align="aligncenter" width="660"]076 อยากสมหวังแบบไหน เลือกได้เลยครับ [caption id="attachment_22787" align="aligncenter" width="660"]077 ลูบๆ หลังจากขอพรเสร็จ ก็นั่งกระเช้าลง และขับรถกลับ Sapporo เพื่อพักผ่อน วันที่2 ผ่านไปอย่างรวดเร็ว 072 071 วันที่ 3 ของการเดินทาง Shikotsu Lake - Noboribetsu-Toya Lake วันนี้เราต้องcheck out จาก Sapporo Grand Hotel ซึ่งเราวางแผนไปเยือน shikotsu Lake ซึ่งอยู่ทางผ่าน ไป Toya Lake วันนี้อากาศ 4 องศามี หิมะตก ด้วย ปกติช่วงนี้จะไม่มีหิมะแล้ว นะ มีเสียวเพราะเราไม่เคยขับรถช่วงหิมะตกเลย จึงใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ [caption id="attachment_22867" align="aligncenter" width="660"]078 ทั้งฝนทั้งหิมะเลย 079 Lake shikotsu อยู่ห่างจากSapporo ประมาณ 48 กม. แต่ ทางไปค่อนข้างคดเคี้ยวขึ้นและลงเขา แต่ได้บรรยากาศที่โรแมนติกมาก Lake Shikotsu อยู่ไม่ไกลจาก Lake toya ซึ่งทะเลสาบทั้งสอง เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ซึ่งอยู่ในเขต อุทยาน Shikotsu-Toya national park น้ำในทะเลสาบทั้งสองจะไม่เป็นน้ำแข็งในช่วงหน้าหนาว ระหว่างทางเราก็หยุดถ่ายรูปจุดชมวิวไปเรื่อยๆ [caption id="attachment_22865" align="aligncenter" width="660"]080 Lake Shikotsu วิวสวยจริงๆ [caption id="attachment_22864" align="aligncenter" width="660"]081 นายแบบตัวน้อย กับ Lake Shikotsu [caption id="attachment_22863" align="aligncenter" width="660"]082 ขอรูปคู่บ้าง [caption id="attachment_22862" align="aligncenter" width="660"]083 ขนาดท้องฟ้าปิดยังสวยขนาดนี้ หลังจากเดินกินลมชมวิวสักพักใหญ่ๆ ก็เริ่มออกเดินทางสู่ Noboribetsu ใช้เวลาเดินทางอีกครึ่งชั่วโมงก็ถึงNoboribetsu เห็นรูปปั้นยักษ์ ตรงนี้แล้วแสดงว่ามาถูกทางแล้ว [caption id="attachment_22860" align="aligncenter" width="660"]084 เจอยักษ์ พร้อมกับเจอหิมะตกอีกแล้ว และแล้วเราก็ถึง Noboribetsu เมืองนี้เป็นเมือง ออนเซ็น ยอดนิยมในฮอกไกโด อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ shikotsu-Toya ตรงนี้เป็น หุบเขานรก Jikogudani ที่นี่เป็นแหล่งกำเนิด ออนเซ็น ของเมือง มีเวลาแนะนำให้เดินเที่ยวบริเวณนี้ เอาแผนที่ได้ที่ Information 085 086 087 Tessen-Ike บ่อน้ำพุร้อน อยู่ใจกลางของหุบเขานรก สามารถเห็นสัมผัสความร้อนเดือดได้อย่างใกล้ชิด 088 [caption id="attachment_22855" align="aligncenter" width="660"]089 Mt.Hiyori&Oyunuma [caption id="attachment_22854" align="aligncenter" width="960"]090 Mt.Hiyori&Oyunuma หลังจากเดินเล่นสักพัก ก็ตั้งใจไป Noboribetsu bear park ซึ่งต้องพบกับความผิดหวัง เพราะ ปิดเนื่องจาก ปิด บำรุงรักษา เราจึงมุ่งหน้าสู่ Lake Toya เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 30นาที ถึงLake Toya ระหว่างทางโดน ตำรวจเรียก เนื่องจากขับเร็วเกินกำหนด ซึ่งเราขับ ประมาณ 100 กม /ชมเอง แต่ป้ายบอกให้ขับ 70 กม/ชม ต้องคอยสังเกตุป้าย และมีกล้องวงจรปิดจับอยู่ นึกว่าจะโดนปรับซะแล้ว แต่เรา say sorry ตำรวจเลยแค่เตือน และปล่อยเราไป โชคดีจริงๆ และแล้วก็ถึง Lake toya เราพักที่ The Lake View Toya Nonakaze Resort จุดเด่นที่นี่ การตกแต่งสวยดีเยี่ยม ห้องพัก เห็นLake Toya อย่างชัดเจน พร้อมวิวภูเขาฟูจิ น้อย ที่สำคัญมี private ออนเซ็น ซึ่งแนะนำให้จองตอนเช็คอินเลย (ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://m.zizzee.com/#!Hotel/Japan/Lake%20Toya/the-lake-view-toya-nonokaze-resort_435930) [caption id="attachment_22853" align="aligncenter" width="660"]091 ห้องกว้าง เตียงน่านอนมาก [caption id="attachment_22852" align="aligncenter" width="660"]092 วิวทะเลสาบ ฟินสุดๆ [caption id="attachment_22851" align="aligncenter" width="576"]093 ห้องน้ำก็กว้าง [caption id="attachment_22850" align="aligncenter" width="576"]094 น่านอนจริงๆ [caption id="attachment_22849" align="aligncenter" width="660"]095 อะ .. ไฮไลท์อยู่ตรงนี้ ออนเซ็น ส่วนตัว หลังจากเที่ยวทั้งวัน ทีแรกคิดว่าจะวิ่งออกกำลังกาย ชมวิวทะเลสาบ แต่ลมแรงมาก ตอนนี้ประมาณ 4 องศา พวกเราเลยขอบายและพักผ่อน นอนอาบ ออนเซ็นดีกว่า เราวางแผนนอนที่ นี่ 2 คืน ที่โรงแรมมีอาหารเช้าและค่ำให้ด้วย และแล้วก็มีเรื่องตื่นเต้นเกิดขึ้นกับทริปนี้ !!!!!!! หลังจากที่มีเหตุการณ์แปลกๆ หิมะตก ลมแรง แถมในทะเลสาบมีคลื่นแรง และมีเมฆมาก เจ้าตัวเล็กชี้ให้ดู ซึ่งปกติไม่เกิด คืนนั้นก็เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ที่เกาะคิวชู โชคดีที่ไม่ได้รับผลกระทบอะไรมาก ทางบ้านก็โทรมาถามเพราะเป็นห่วง แต่การเดินทางของเราก็ต้องดำเนินต่อไป วันที่ 4 ของการเดินทาง ล่องเรือ Lake Toya -Showa shinzan-Showa bear farm-Mt. Usuzan หลังจากทานอาหารเช้าเรียบร้อย เราวางแผนไปล่องเรือใน Lake Toya [caption id="attachment_22912" align="aligncenter" width="660"]096 วิวจากห้องอาหาร Lake Toya เป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Shikotsu-Toya มีลักษณะเหมือนไข่ดาว ที่เกาะอยู่ตรงกลางคือ นะกะโนะ ชิมะ ความกว้างจากตะวันออกถึงตะวันตก กว้างประมาณ 10 กม. หรือถึงใต้ 9 กม. น้ำในทะเลสาบจะใสมาก และไม่เป็นน้ำแข็งในหน้าหนาว 097 098 เรือจะออกทุก 1 ชม. และล่องในทะเลสาบประมาณ 50นาที ในปกติ ให้แวะลงที่เกาะเดินเล่นได้ อีก 1 กิจกรรมบนเรือคือ การให้อาหารนกในทะเล นกที่นี่จะฉลาดมาก มากินอาหารถึงมือ อาหารคือ ข้าวเกรียบกุ้ง คาร์บี้ บนเรือมีขาย [caption id="attachment_22907" align="aligncenter" width="660"]101. หันหลังกลับไปมองที่ฝั่ง จะเห็นโรงแรมที่เราพัก 099 100 102 หลังจากล่องเรือเรียบร้อย พวกเราก็มุ่งหน้า ไป Showa Shinzan [caption id="attachment_22905" align="aligncenter" width="660"]103 เส้นทางระหว่างทางไป Showa shinzan Showa Shinzan ภูเขา Showa shinzan เป็นภูเขา ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ถึง100 ปี เกิดจาก การระเบิดของภูเขาไฟ Uzu ปี คศ.1910 เกิดการเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวโลก ภูเขาลูกนี้เกิดเมื่อ คศ.1943 ปัจจุบันภูเขาลูกนี้ยังคุกกรุ่นอยู่และ มี ควันออกมาจากพื้นภูเขาอยู่เลย 104 ภูเขาShowa อยู่ใกล้กับ ภูเขาไฟ Uza ซึ่งสามารถขึ้นกระเช้าไปบนภูเขาไฟUzu ได้เลย แต่ก่อนขึ้น ขอเยี่ยมชม Showa bear farmเลี้ยงอาหารหมีก่อน Showa bear farm อยู่ใกล้กับทางขึ้น Usuzan ropeway หมีที่นี่ฉลาดมาก จะมาคอยเรียก ให้เราเอาอาหารให้ 105 หลังจาก เลี้ยงหมีจนอิ่ม เราก็ไปหาอะไรทานก่อนขึ้นกระเช้า เพราะตอนนี้ แดดร้อนเปรี้ยง หาอะไรรองท้องก่อนดีกว่า แนะนำร้านราเมงเจ้าอร่อย ก่อนทางขึ้น กระเช้า Usuzan [caption id="attachment_22901" align="aligncenter" width="660"]106 แนะนำต้องลอง อร่อยจริง! 107 108 109 อิ่มแล้วพวกเราก็เริ่มเดินทางขึ้นกระเช้า ขึ้นไปถ่ายรูปวิว lake toya ,Showa shinzan และบริเวณรอบปล่อง ภูเขาไฟ Usu มาแล้วต้องขึ้นกระเช้าไปดูวิวนะ สวยจริงๆ 110 111 112. 113 114 เสร็จจากลงกระเช้า พวกเราก็มุ่งหน้ากลับโรงแรม เพื่อทำอีก 1 กิจกรรมที่ขาดไม่ได้ คือ วิ่งออกกำลังกาย ริม Lake Toya ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ 6 องศา สุดยอดจริงๆ หลังจากวิ่งจ๊อกกิ้ง ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ เราก็ทานอาหาร ค่ำและ นอนอาบออนเซ็น ตามระเบียบ วันที่ 5 Hakodate - โกดังอิฐแดง หลังcheck out พวกเรามุ่งหน้าเดินทางสู่เมือง Hakodate ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮอกไกโด เป็นเมืองท่าและเมืองท่องเที่ยว สำคัญแห่งหนึ่งของเกาะฮอกไกโด เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย โดยเฉพาะ ราเมง Hokodate อยู่ห่าง Lake Toyaประมาณ 170 km ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. เราวางแผนพักที่Hakodate 1คืน พักที่ La Vista Hakodate Bay Resort and Spa แล้วค่อยเดินทางไป Tokyo วันรุ่งขึ้น วิวจากในห้องพัก เห็นอ่าว Hakodate ห้องดี บรรยากาศและ location ดี แต่ เสียดายอย่างเดียว แพงไปหน่อย (ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://m.zizzee.com/#!Hotel/Japan/Hakodate/la-vista-hakodate-bay_289804) โรงแรมอยู่ใกล้อ่าวHakodate และโกดังอิฐแดง 116 117 118 119 จากเดินทางมาถึงสิ่งแรกที่ทำคือ หาอาหารอร่อยทาน ร้านราเมง ใกล้ๆ โรงแรม อร่อยมาก ต้องลองหลัง 120 121 122 123 จากอิ่มท้อง พวกเราออกไปเดินเล่น ที่ Kanemori Red Brick Warehouse (โกดังอิฐแดง) ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมเพียง 200m สมัยก่อนโกดังเหล่านี้ เป็นโกดังเก็บสินค้า แต่ได้นำมาดัดแปลง เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ข้างในมีร้านขายของที่ระลึก และ ร้านอาหาร ส่วนตัว เราว่าไม่มีอะไร งั้นๆ แต่วิว บริเวณนั้นสวยดี เพราะติดกับ อ่าว Hakodate และวันนี้โชคไม่ดี ฝนตกตั้งแต่บ่ายจนค่ำเลย ถ้ามีเวลาเราว่าน่านั่งเรือเที่ยวรอบอ่าวน่าจะดีกว่า ท่าเรืออยู่ด้านหน้านี่เอง คงต้องเอาไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสมาอีก 124 125 126 127 ตอนค่ำกะว่าจะขึ้น Ropeway Hakodate เพื่อไปชมวิวด้านบน Mt.Hakodate ซึ่งขึ้นชื่อ ว่ามีวิว สวยที่สุด 1ใน3 ของ เกาะฮอกไกโด แต่พอไปแล้วเจ้าหน้าที่ให้ดูกล้องด้านบน มีแต่เมฆฝน ไม่เห็นอะไรเลย จึงตัดสินใจ จะขึ้นเช้าวันรุ่งขึ้น จึงขับรถชมวิวเมือง และหาอาหารเย็นทานแทน แล้วจึงกลับพักผ่อนที่โรงแรม วันที่ 6 Hakodate- Hakidate Ropeway-Goryokaku tower-Goryokaku park- Tokyo เช้าวันนี้เรารีบตื่นแต่เช้า ทานอาหารเสร็จ check out และ มุ่งหน้าไป ที่ Hakodate Ropeway แต่ไปเช้าไปหน่อย เพราะเขาจะเปิดทำการ 10am เราจึงถือโอกาสเดินเล่น บริเวณ แถวนั้น และถ่ายรูปไป พลางๆ ก่อน [caption id="attachment_22957" align="aligncenter" width="576"]128 Episcopal Church of Japan Hakodate Episcopal Church 129 Hakodate Othodox Church ได้รับ 1ดาวจาก Michelin 130 Old Public Hall of Hakodate Ward 2 ดาว จาก Michelin จากมุมมองนี้ มองไปเห็นอ่าว Hakodate เลย เดินเล่นถ่ายรูปชิวๆสักพัก ก็กลับไปที่ กระเช้าเพราะเกรงคนจะเยอะ 131 132 133 134 135 136 หลังจากชมวิว สักพักใหญ่ เราก็มุ่งหน้าสู่ Goryokaku Tower และ Goryokaku park ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกัน ประมาณ 7 กม . ปราสาท Goryokaku มีลักษณะเป็นรูปดาว ซึ่งจำลองจาก เมืองปราสาท ของยุโรป ตั้งแต่สมัย เอโดะ ผู้ออกแบบคือ นายไกอิซาบุโระ ทาเกะดะ ศาสตราจารย์แห่งสถาบันค้นคว้าเทคโนโลยีและวิทยาการยุโรป ปราสาทรูปปดาวนี้ใช้เวลาสร้าง 7 ปี เสร็จในปี 1864 ปัจจุบันได้กลายเป็นสวนสาธารณะ โกเรียวกากุ ของ Hakodate และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ Hokodate ไปแล้ว 137 GoryoKaku Tower ขึ้นไปบนจุดชมวิวจะเห็นรูปร่างและอาณาบริเวณของ Gorryokaku park ทั้งหมด ช่วงที่ไปเป็นช่วงสงกราต์ ซากุระยังไม่บาน ถ้าไปช่วงซากุระบาน ช่วงพฤษภาคม แนะนำเลยถ้าจะมาเที่ยว Hakodate ให้มาช่วง พฤษภาคมจะสวยมาก 138 139 140 หลังเดินเล่นสักพักพวกเราไปหาอะไรทาน ซึ่ง มีร้าน ราเมง Ajsai อยู่ตรงข้าม Goryokaku Tower พอดี ติดใจรสชาติ เลยเข้าไปสอยก่อน กลับอีกรอบ ไม่ผิดหวังจริงๆ หลังจากนั้นเราก็ไปคืนรถเช่าที่สนามบิน Hakodate เพื่อบินตรงสู่ Tokyo ซึ่งflight เราจอง ไว้ ช่วง 16.40 น เพื่อวันนี้ จะได้มีเวลาเที่ยวในHakodate เราจองตั๋วonline Ana Domestic จาก www.ana.co.jp สามารถจองและเลือกที่นั่งได้เลย ง่ายมาก ค่าตั๋วไม่แพงเลย 3,000 กว่าบาท ระวังอย่าไปเข้า version ที่เป็นของคนญี่ปุ่นนะเพราะราคาจะแพงกว่า จะรู้ว่าเข้าถูกหรือไม่ หน้าwebจะบอกไว้ชัดเจนในเงื่อนไขว่า ราคานี้สำหรับคนต่างประเทศที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น ใช้เวลาเดินทานประมาณ 1.30 ชม ก็ถึงที่สนามบินHaneda เราก็ใช้บริการ Airport bus ซึ่ง ก่อนทางออกประตูจะมี Counter Airport bus Ticket อยู่ ไปบอกว่าจะไปบริเวณไหน พักโรงแรมอะไร เขาจะบอกว่า ให้ ไปสายไหน ประตูไหนเลย พอดี โรงแรมที่เราเลือก เป็น Airport bus stop เราพักที่ย่าน Shibuya โรงแรม Cerulean Tower Tokyu Hotel (ดูข้อมูลโรงแรมเพิ่มเติมที่ http://m.zizzee.com/#!Hotel/Japan/Tokyo/cerulean-tower-tokyu-hotel_59420) 141 [caption id="attachment_22970" align="aligncenter" width="800"]1963_15111819330037842870 รูปห้อง (จากอินเตอร์เนต) โรงแรมนี้อยู่ในย่าน shibuya ซึ่งเป็นแหล่ง Shopping ยอดนิยมใน Tokyo และใกล้ Shibuya station เดินเพียง 5นาที ไปที่ต่างๆได้สะดวกสบายโดยใช้ Jr หรือ metro 143 Airport Bus Ticket Information เมื่อถึงโรงแรม พวกเราก็ไปหาอาหารทาน ที่ Shibuya ทุกครั้งที่มาต้องมาทาน ที่ อิชิรัน ราเมง มี 2 สาขา ที่Shibuya จากแยก Shibuya เดินเข้าถนนคนเดิน ซึ่งอยูด้านข้างซ้าย ของห้าง Q Front เดินตรงมาจนเจอสี่แยกเล็กๆ เลี้ยวขวา เดินอีกประมาณ20m จะเห็นร้าน Bershka ให้เดินเข้าซอยด้านซ้ายมือ เดินตรงไป 20 ม. ร้านจะอยู่ซ้ายมือ อิชิรัน ราเมง อีกชื่อ ราเมงข้อสอบ กดปุ่มเลือกเมนูจากที่ตู้ และเลือกรสชาติ ฯลฯ โดยติ๊ก ในกระดาษที่เขาเอามาให้ ตามสะดวก เวลาไปทานอาจหงุดหงิดที่ต้องต่อแถวรอหน่อยนะ 144 145 146 147 148 149 150 Shibuya เป็นแหล่งShopping และแหล่งร้านอาหารอร่อยมากมาย ส่วนใหญ่พวก วัยรุ่น มักชอบมาแถวนี้ โดยเฉพาะ ช่วงเย็น ถึงค่ำ แถวนี้มีห้างดังๆ เช่น Tokyo , Seibu , Parco , 109 men, 109 Lady etc. บางห้างสามาถทำ tax refund ได้เลย อย่าลืมพก passport ติดตัวไปด้วยล่ะ วันที่ 7 Tokyo -Omotesando Hill - Akihabara วันนี้พวกเราตั้งใจ จะไปกิน ตงคัทสึ 100 ปี เจ้าอร่อย แถว Omotesando hill มาทีTokyo หลายครั้งช่วงวันหยุด ไม่ค่อยได้ทานเพราะ มาทีไรปิดทุกที คราวนี้ตั้งใจจะไปกินให้ได้ แต่ก่อน ร้านนี้เปิดเฉพาะ จันทร์ ถึง ศุกร์ 11.30 - 14.30 เรารีบไปก่อนเที่ยง มิฉะนั้นต้องยืนรอคิว เสียเวลา จากทางขึ้นลง สถานี Meiji-jingumae ข้างห้างLaforet ข้ามถนนมาทาง Omotesando Hill เลี้ยวซ้ายซอยแรก เดินตรงเข้ามาเกือบสุดซอยร้านจะอยู่ขวามือ มีจุด สังเกต บริเวณหน้าร้าน โปรดเช็คเวลาเปิดปิดให้ดีนะ ไม่งั้นเสียเที่ยว 153 154 155 156 หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็เดินเที่ยวshopping แถว Omotesando Hill ย่านนี้เป็นแหล่งshopping ไฮโซ ยอดนิยม อีกแห่งหนึ่ง ในTokyo ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้า Brand Name ต่างๆ หลายร้านมี ร้านที่เป็น Flagship ที่นี่ แถวนี้มีร้านอาหารอร่อยหลายร้าน เช่น ร้านSushi เจ้าดังย่านนี้ Heiroku Sushi อยู่ตรงข้าม Omotesando Hill 157 Omotesando Hill ใครที่คิดซื้อสินค้าBrand name มาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน   158 ร้านBoss ตกแต่งอย่างสะดุดตา Ueno Zoo 159 160 161 ซอยข้างๆ ร้าน Kiddy Land น่าเดินเล่น มีร้านแปลกๆ และ อาหาร น่าสนใจพอสมควร เช่น Lukes Lobster น่าทาน แต่คิวยาวเลย ขี้เกียจรอ ดูสัญลักษณ์ รูปปั้นนี้ ใช่เลย เป็นถนนคนเดิน เดินจากรูปปั้นนี้เข้าไป 100 ม. ก็จะเจอ Luke Lobster หน้าซอยข้างๆ ร้าน Kiddy Land จะมีรูปปั้นนี้อยู่ 162 163 อีกร้านถ้าใครชอบขนมหวาน ทอฟฟี่ คาราเมล ไม่ผิดหวังแน่นอน ร้าน Number sugar เดินมาประมาณกลางซอยเจอแยก ร้าน Okley เลี้ยวซ้ายก็จะเจอเลย ที่เราเจอเพราะกลิ่นที่หอมเลยเดินตามหา ทีแรกไม่แน่ใจ เลยลองซื้อมา ชิม เม็ดนึง พอชิมเสร็จต้องกลับไปซื้อกลับบ้านไว้ กล่องนึง แปลกดี 164 หลังจากเดินเล่นและ shopping สักพัก ก็มุ่งหน้าต่อไปยัง Akihabara ย่านนี้เป็นย่าน shopping ด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและ เกมต่างๆ รวมถึงขนมฝาก มาที่Tokyo หลายครั้งแต่ยังไม่เคยมา แถวย่าน Akihabara เลยลองมาเดินเล่นซะหน่อย ใครที่ชอบด้านเกมส์ ตุ๊กตาการ์ตูน model ต่างๆ และเครื่องใช้ไฟฟ้ามาย่านนี้ไม่ผิดหวัง 165 166 ร้านขนมชื่อดังย่านนี้ Pablo mini มาแล้วต้องชิม พายชีสแบบไส้ไหลเยิ้ม 167 เดินshopping สักพัก ช่วงเย็น ตั้งใจไปหาอาหาร และชมวิวเมืองสวยๆ ที่ ย่านShiodome นั่ง Jr มาลง สถานี Shimbashi แล้วเดินมาตามทาง ออก Shiodome Sio-Site แล้วเดินตรงมาที่ Caretta Shiodome (Sky restaurant) ชั้น 46 ย่านนี้จะเป็นย่าน High rise office restaurant and hotel ร้านที่เราตั้งใจไปคือร้าน ปิ้งย่าง(Yakiniku) ชื่อดัง Toraji อยู่ชั้น 46 (ส่วนตัวแล้วเราไม่ค่อยชอบ ย่าน Akihabara เท่าไร) ด้านล่างจะมี น้ำพุ เต่า เป็นสัญลักษณ์ ของที่นี่ แต่วันนี้ไม่เปิดน้ำพุ ถ้าเห็นจุดนี้แล้ว ไม่ผิดทาง เดินไปขึ้น ลิฟท์ sky restaurant ชั้น46 168 169 170 171 บรรยากาศที่นี่เยี่ยมยอด จริงๆ เห็นวิวเมืองTokyo ในยามค่ำคืน อย่างสุดสายตา อาหารอร่อย หลังอาหารค่ำเราดินทางกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน วันที่ 8 Tokyo - Asakusa -Ueno -Omotesando วันนี้พวกเราตั้งใจ ไป แถว Asakusa ไปทาน ร้าน เทมปูระ 100 ปี และเข้าไปไหว้พระและเดินเที่ยว ที่วัด Sensoji ร้านนี้ แนะนำไปสัก11 โมงเช้าตอนที่เปิดร้านพอดี เพราะถ้าหลังจากนั้น อาจต้องยืนรอติวนานมากๆ จาก Shibuya เรานั่ง metro สายGinza ไปลงสถานีสุดท้าย ใช้เวลา 28 นาที ย่านAsakusa จะเป็นย่านวัฒนธรรมจุดท่องเที่ยวสำคัญคือ วัดSensoji และถนนคนเดิน ก่อนทางเข้าวัด รวมทั้งอาหารประเภทเทมปูระ และTendon (ข้าวหน้ากุ้งเทมปูระ) เป็นที่นิยมมาก ย่านนี้ และมีร้านอร่อยหลายๆร้าน รวมทั้งขนมพื้นเมืองและขนมฝาก เครื่องลางของขลังหาซื้อได้จากที่นี่ 172 ร้านที่เราจะไปนี้ จากถนนคนเดิน ทางเข้ามาที่วัด เดินจนถึง สี่แยกสุดท้าย ก่อนเข้า วัด ให้เลี้ยวซ้าย เดินไป ประมาณ 100 ม. ร้านจะอยู่ซ้ายมือ ดูป้ายแบบนี้ไว้ อ่านไม่ออกเหมือนกันน่ะ เราไปถึง 11 โมงเปิดร้านพอดี ไม่ต้องรอ มีที่นั่งเลย ไม่ผิดหวังจริงๆ ร้านนี้ขอแนะนำ 173 174 175 176 177 หลังอิ่มท้อง พวกเราก็ออกไปไหว้พระที่วัด Sensoji ตามความเชื่อ ผู้คนจะไปกวักควันธูปเข้ากระเป๋า หรือเข้าตัว เพื่อความเจริญรุ่งเรืองและความโชคดี คนแน่นจริงๆ ถ้าช่วงเทศกาลปีใหม่อย่าได้มาแถวนี้ เพราะคนจะแน่น จนไม่มีที่เดินเลย เพราะชาวญี่ปุ่นจะมาสักการะ ที่วัดนี้เพื่อความโชคดี ในวันขึ้นปีใหม่ ก่อนเข้าวัดตามความเชื่อจะเอาน้ำมาชำระร่างกายให้สะอาด บางคนก็จะดื่มเพื่อความโชคดีแบะสุขภาพดี 178 179 180 181 182 หลังจากนั้นก็เข้าไปสักการะภายในวัด หลังจากสักการะเสร็จก็มาเลือกซื้อเครื่องราง เพื่อความโชคดี แล้วก็ออกมาเดินเล่นแถวถนนคนเดิน มีร้านขนมอร่อยๆ และขนมพื้นเมืองรวมถึงของที่ระลึกต่างๆให้เลือกซื้ออย่างเต็มที่ ที่นี่ต่อรองราคาไม่ได้นะ 183 184 จากนั้นก็เดินทางต่อไปที่ Ueno เพื่อไปUeno park ไปชม ซากุระ จากAsakusa นั่งรถไฟ สาย Ginza กลับมาไม่กี่สถานีก็ถึง Ueno แล้วเดินออก ทาง exit Ueno park ก็จะเจอ Park เลย 185 186 187 188 ที่สวนUeno มักจะมีการแสดง มายากลมาshow เสมอถ้ามีเวลาแวะชมได้ มาแล้วก็เข้าไปเยี่ยมชมวัด Toshogu Ueno ประตูวัด sukibei สร้างเมื่อ คศ.1651 ด้านบนแกะสลัก เป็นรูปสัตว์บก ด้านล่างประตูแกะสลักเป็นรูป สัตว์น้ำ หน้าประตูวัดมักจะมีคนเขียนขอพร บนแผ่นไม้แล้วมาแขวนไว้หน้าวัด จากจุดนี้สามารถเข้าไปเยี่ยมชม Ueno Zoo ได้ มีสัตว์เมืองหนาวให้ดูอย่างใกล้ชิด 189 190 191 192 193 194 195 196 197 หลังจากนั้นเราก็ออกมาเดินเล่นแถวUeno แหล่งShopping สำคัญแถวUeno คือ Ameyoko Shopping street ถ้าใครอยากซื้อของฝาก ของเลียนแบบ รองเท้าถูกๆ กระเป๋าเดินทางถูกๆ รวมถึงหาอาหาร พื้นเมือง ผลไม้ต่างๆ ทาน มาเดินได้แถวนี้ แต่ถ้าจะหาสินค้าbrand nameไม่แนะนำนะ 198 199 มาแถวนี้อย่าลืมหา icecream sweet paradise ทาน รับรองว่า อร่อยจริงๆ       200 เราปิดท้ายมื้อค่ำสุดท้าย ที่ ร้าน Seik-oe Harajuku ร้านปิ้งย่างแบบ บุฟเฟ่ สี่แยกย่าน Omotesando-Harajuku ร้านอยู่บนตึกชั้น5 ฝั่งตรงข้าม ห้างLaforet 201 202 ร้านYakinikuนี้ ให้เวลาทาน 90นาที คุณภาพอาหาร เยี่ยม คนละ ประมาณ 3,200-3,800เยน แล้วแต่จะเลือก course เราว่า คุ้มนะ ถ้าไปแถว Omotesando ก็ลองแวะไปทานได้ ไม่ผิดหวัง 203 204 สำหรับทริปในTokyo มีแต่Shopping -กินอะไรอร่อยๆ-เที่ยวชมเมือง ส่วนตัวแล้ว เราชอบแถว Omotesando ที่สุด เพราะเป็นย่านshopping ที่เป็นระเบียบ ไม่พลุกพล่านเหมือนย่าน Shinjuku มีทั้ง Brand name และ local brand design แปลกๆ สวยๆให้เลือก ทริปเราก็จบลงอย่างสนุก ไม่ผิดหวังเลย ได้ครบทุกรสชาติ

Share this Post

top
top