ปารีฮัท รีสอร์ท เกาะสีชัง มาซักครั้งแล้วคุณจะหลงรัก

09 Sep 15 | By pookpuii

สวัสดีค่ะ มิตรรัก แฟนเพจทุกท่าน .... สำหรับวันนี้จะมารีวิว "ปารีฮัท รีสอร์ท" เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ซึ่งหลายๆคน น่าจะรู้จักจากละครเรื่อง เกมร้ายเกมรัก (หรือ นางฟ้ากับสายชล)  ที่แสดงนำโดย ณเดช ญาญ่า ... กระท่อมน้อยริมทะเล คิดออกกันไหมเอ่ย ? จริงๆ ปารีฮัท รีสอร์ทนี้ ถือว่าเป็นรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงอีกที่หนึ่ง ทั้งโลเคชั่นที่ตั้ง บรรยากาศ และการออกแบบห้องพักที่ไม่เหมือนใคร ดึงดูดทำให้หลายๆคนอยากมา โดยเฉพาะคู่รัก จะชอบแบบนี้เป็นพิเศษ และ และ และ ... เนื่องจากความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างรีสอร์ท กับ www.zizzee.com ก็ทำให้เรา ได้รับสิทธิพิเศษไปพักผ่อนที่รีสอร์ท 1 คืน ฟรี !!!!!!!!!!!!! สำหรับสิทธิ์ที่เราได้ ก็คือ จะเหมือนแพคเก็จ ที่ทางรีสอร์ทขายให้ลูกค้าทั่วๆไป  นั่นก็คือ - ที่พัก กระท่อมพัดลม 1 คืน 1 หลัง - รวมอาหาร 3 มื้อ เช้า กลางวัน เย็น + บาร์บีคิว ปิ้งย่าง (ซีฟู๊ด) - เสื้อ 1 ตัว / 1 คน ( สำหรับลูกค้าปกติมีให้นะคะ แต่อันนี้เราไม่ได้จ้า ให้พักฟรีก็เพียงพอแล้ว 55555 ) สำหรับการเดินทาง ( ต้องทำการบ้านไปเอง เสียค่าใช้จ่ายเอง ) - จาก กทม. ออกมอเตอร์เวย์ ไป จ.ชลบุรีเลยค่ะ ไปตามป้าย มุ่งตรงไปที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี - ช่วงที่จะเข้า อ.ศรีราชา นี่มีแอบหลง งงงวย กันนิดหน่อย เอาเป็นว่าไปให้ถึง อ.ศรีราชา ละกัน แล้วก็มุ่งตรงไปที่ท่าเรือเกาะลอย (ไปเกาะสีชัง) - ถ้าขับรถไปเองตรงท่าเรือจะมีลานจอดรถ แต่ไม่มีคนเฝ้านะคะ ไม่รับประกันความปลอดภัย แต่ถ้าต้องการความปลอดภัย ก็มีร้านบริการรับฝากรถค่ะ วันละ 150 บาท เอาล่ะ มาเริ่มเดินทางกัน ... เราออกเดินทางจาก กทม. เกือบๆบ่ายสอง ไปถึง อ.ศรีราชา ประมาณ 4 โมงเย็นค่ะ เอารถไปฝากเสร็จ ก็ไปที่ท่าเรือเกาะลอย ค่าเรือคนละ 50 บาท ใช้เวลาเดินทาง 40 นาทีไปถึงเกาะสีชังค่ะ ศาลเจ้าแม่กวนอิม บริเวณ ท่าเรือเกาะลอย ศาลเจ้าแม่กวนอิม บริเวณ ท่าเรือเกาะลอย ตั๋วเรือ ท่าเรือเกาะลอย - เกาะสีชัง ตั๋วเรือ ท่าเรือเกาะลอย - เกาะสีชัง ระหว่างทางลมดีมากค่ะ ลมตีหน้าหัวฟู ตัวเหนียวไปหมด... แล้วก็จะเห็นเรือขนส่งสินค้า เรือขนทราย เรือที่ใช้ในอุตสาหกรรม จอดอยู่กลางทะเลเป็นระยะๆ เนื่องจากเรือพวกนี้มีขนาดใหญ่ ไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ ก็เลยต้องให้เรือที่เล็กกว่ามาขนถ่ายสินค้าไปค่ะ

ระหว่างทาง ระหว่างทาง ผ่านไป 40 นาที เรือก็มาถึงเกาะสีชังแล้วค่ะ ประภาคารนี่แหละ บ่งบอกว่าเรามาถึงแล้ว จะเห็นว่ารูปทรงด้านบนจะเหมือนศาลจีน ก็เพราะว่าเกาะนี้ถูกบุกเบิกโดยชาวจีนค่ะ แต่เรือไม่ได้เทียบท่าตรงนี้นะ จะมีโป๊ะเทียบเรืออยู่ถัดกันไปนิดนึง

ท่าเรือเกาะสีชัง ท่าเรือเกาะสีชัง พอมาถึงเกาะ เราก็ต้องเดินต่อด้วยรถ สกายแลป* เพื่อไปที่รีสอร์ท คิดค่าบริการ 550 บาท/คัน (รวมรับส่ง ไป-กลับ และพาทัวร์รอบเกาะ จะก่อน check in หรือหลัง check out ก็ได้ค่ะ เนื่องจากเราไปถึงก็เย็นแล้วเลยเลือกที่จะทัวร์ในวันพรุ่งนี้ก่อนกลับ ) หรือถ้าต้องการแว๊นด้วยตัวเอง ก็เช่ามอเตอร์ไซด์ 300 บาท/คัน <<<< ปล.อัตราค่าบริการนี้ติดต่อผ่านรีสอร์ทนะคะ รถสกายแลป นี่คือรถตระกูล ตุ๊กตุ๊ก นะจ๊ะ เดี๋ยวจะ งง ว่ามันคือยังไง 55555 ถนนในเกาะจะค่อนข้างแคบและเป็นเนินขึ้นเขาลงเขา เช่ามอเตอร์ไซด์ขี่ก็ต้องชำนาญหน่อยนะคะ และแล้วเราก็มาถึงทางเข้ารีสอร์ทแล้ว ใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ เหมาะกับการใช้ชีวิตแบบ slow life มาก >>>  บอกไว้ก่อนเลย สัญญานเนตโทรศัพท์ ไม่ค่อยมี ให้ห้องพักก็ไม่มีทีวีให้ด้วย  เหมาะกับคนที่ต้องการมาพักผ่อนจริงๆ !!!

ทางเข้ารีสอร์ทจ้า เห็นทะเลอยู่ลิบๆ ทางเข้ารีสอร์ทจ้า เห็นทะเลอยู่ลิบๆ พอเข้ามาถึงก็ต้องแวะเชคอิน กับเจ้าหน้าที่ตรงล๊อบบี้ก่อนนะคะ เอาล่ะ ทีนี้จะลงบรรยากาศในรีสอร์ทแบบรัวๆ พอไปยืนอยู่ ณ จุดนั้น พูดอะไรไม่ออกจริงๆ มันสวยมากค่ะ คุณผู้โช้มมมมมมมม ตาเป็นประกาย

ใกล้ล๊อบบี้ อันนี้จะเป็นห้องอาหาร บรรยากาศโรแมนซ์สุดๆ ใกล้ล๊อบบี้ อันนี้จะเป็นห้องอาหาร บรรยากาศโรแมนซ์สุดๆ

ระหว่างทางเดินไปห้องพัก กระท่อมเรียงรายริมหน้าผาเต็มไปหมด ระหว่างทางเดินไปห้องพัก กระท่อมเรียงรายริมหน้าผาเต็มไปหมด

กระท่อมที่เราจะพักกันในวันนี้ กระท่อมที่เราจะพักกันในวันนี้

ชื่อกระท่อม วาฬ แนบชิดติดผาแบบสุดๆไปเลยค่ะ ชื่อกระท่อม วาฬ แนบชิดติดผาแบบสุดๆไปเลยค่ะ

ภายในห้องค่ะ โซนกระท่อมริมผา จะเป็นห้องพัดลมทุกห้องนะคะ คอนเฟิร์มเลยว่าลมโกรกดีมาก ไม่ร้อนเลยค่ะ ภายในห้องค่ะ โซนกระท่อมริมผา จะเป็นห้องพัดลมทุกห้องนะคะ คอนเฟิร์มเลยว่าลมโกรกดีมาก ไม่ร้อนเลยค่ะ

มุงหลังคาได้แน่นมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องความแข็งแรง มุงหลังคาได้แน่นมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องความแข็งแรง สำหรับที่นี่จะมีทั้งห้องแอร์และห้องพัดลมนะคะ โดยโซนริมหน้าผาจะเป็นห้องพัดลม ส่วนห้องแอร์จะอยู่ถัดเข้าไปจากริมผาค่ะ ของเราได้นอนห้องพัดลม แบบริมผาสุดๆ ลมโกรกดีมาก นอนฟังเสียงคลื่นซัดหน้าผาทั้งคืน ปกติถ้าห้อง 2 คน ที่นอนจะเป็นเตียงนะคะ แต่พอดีเราไป 4 คน เค้าเลยจัดเสริมให้เป็นนอนพื้น หลังนี้ห้องน้ำจะมี 2 ห้องนะคะ สบายเลย ไม่ต้องแย่งกัน มีระเบียงออกไปนั่งรับลม ชิวๆ พร้อมเปลไม้ไผ่ ฟินไปอีก หลังจากที่เสพบรรยากาศ ถ่ายรูป อัพเดทกันเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาไปทานอาหารเย็นค่ะ ไหนๆ มาดูบรรยากาศระหว่างทางเดินไปห้องอาหารกันหน่อย

แอบดูบ้านข้างๆ ลานตรงนั้นเอาไว้สำหรับนั่งตกปลา บ้านข้างๆ ลานตรงนั้นเอาไว้สำหรับนั่งตกปลา

ระหว่างทางเจอฝูงแพะ เจ้าถิ่น ระหว่างทางเจอฝูงแพะ เจ้าถิ่น

สะพานทางเดินระหว่างทางข้ามซอกผาเล็กๆ สะพานทางเดินระหว่างทางข้ามซอกผาเล็กๆ

ห้องอาหารยามเย็น ห้องอาหารยามเย็น ปกติ อาหารเย็นเค้าจะจัดให้ 1 เซต / 2 ท่าน  แต่เราไป 4 คน เค้าเลยจัดมาให้ 2 เซต คือเยอะมากค่ะ จริงๆ เราแจ้งเค้าให้ทำมาเป็นเซตเดียว สำหรับ 4 ท่านก็ได้ แต่ไม่ทันแล้ว ใน 1 เซตก็จะมี ต้มยำทะเลน้ำข้น, ,ปลาทอด ,หมึกผัดไข่เค็ม และ ผัดผักบุ้งไฟแดง (เมนูนี้ขอเพิ่มได้ ผักบุ้งปลูกเอง มีแปลงผักอยู่ในรีสอร์ทนี่แหละค่ะ)  แล้วก็จะมี บาร์บีคิว ปิ้งย่างซีฟู๊ดให้อีก คนละ 1 เซต  ตบท้ายด้วยผลไม้ล้างปากอีก คือ ถ้าใครซื้อแพคเก็จมานี่คุ้มจริงๆค่ะ อิ่มยันเช้า

อาหารเย็นจัดเต็มมาก กับข้าว 4 อย่าง + บาร์บีคิวซีฟู๊ด อาหารเย็นจัดเต็มมาก กับข้าว 4 อย่าง + บาร์บีคิวซีฟู๊ด

หมึก+กุ้ง+บาร์บีคิว ให้คนละ 1 ชุดนะคะ อิ่มเอม หมึก+กุ้ง+บาร์บีคิว ให้คนละ 1 ชุดนะคะ อิ่มเอม หลังจากอิ่มหนำสำราญ นั่งซึมซับบรรยากาศยามค่ำคืน จนพอใจกันแล้ว ก็ได้เวลาเดินกลับกระท่อมวาฬ ของเรา ช่วงกลางคืน ในรีสอร์ท จะมีแสงจากโคมไฟ เท่านั้นนะคะ ที่นี่จะใช้ไฟสีส้มสลัวๆ คือให้กลมกลืนกับธรรมชาติ อยู่แบบใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ อาจจะมืดไปหน่อยแต่ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบค่ะ สำหรับการนอนคืนนี้ ด้วยความที่กระท่อมวาฬอยู่ชิดริมผาแบบสุดๆ เราก็จะได้ยินเสียงคลื่นซัดหน้าผาทั้งคืนค่ะ คนนอนยากอาจจะลำบากหน่อย เราคนนอนง่ายก็เช่นกัน มันจะรู้สึกเหมือนฝนตกซ่าๆๆๆๆ อยู่ภายนอกตลอดเวลา แต่ในที่สุดก็หลับค่ะ คิดว่าเป็นเสียงกล่อมจากธรรมชาติ 55555

อรุณสวัสดิ์เช้าวันใหม่ มองออกไปนองหน้าต่าง อากาศดีมาก อรุณสวัสดิ์เช้าวันใหม่ มองออกไปนอกหน้าต่าง อากาศดีมาก

ออกมาเดินชมวิว ริมระเบียง ออกมาเดินชมวิว ริมระเบียง

แอบส่องไปที่ผาด้านขวาหน่อยซิ ตรงนั้นเค้าเรียกว่า "ผาประกาศรัก" ค่ะ แอบส่องไปที่ผาด้านขวาหน่อยซิ ตรงนั้นเค้าเรียกว่า "ผาประกาศรัก" ค่ะ

หิวละ ไปทานอาหารเช้ากันดีกว่า หิวละ ไปทานอาหารเช้ากันดีกว่า สำหรับอาหารเช้าก็จะเป็น American Breakfast นะคะ มี ข้ามต้มทะเล เติมได้, ไข่ดาว+ไส้กรอก+แฮม ได้คนละ 1 ชุด , ขนมปังปิ้ง กาแฟ โอวันติน บริการตัวเองเลยค่ะ

ห่อกันแมลงวันอย่างดี ห่อกันแมลงวันอย่างดี

ข้ามต้ม พร้อมเครื่องปรุงต่างๆ ข้าวต้ม พร้อมเครื่องปรุงต่างๆ พออิ่มหนำสำราญ กับอาหารเช้ากันแล้ว ก็ไปเดินย่อยอาหารกันค่ะ ออกกำลังกายยามเช้าด้วยการเดินขึ้นไปจุดชมวิว "ผาประกาศรัก" ... ไม่แกร่งจริงเดินขึ้นไปไม่ถึงนะ ร้อน จะเป็นลม 555555

มองจากห้องอาหารไป ตรงร่มไม้นั้นจะเป็นล๊อบบี้ มองจากห้องอาหารไป ตรงร่มไม้นั้นจะเป็นล๊อบบี้

มองจากหน้าล๊อบบี้ไป วิวทะเล 360 องศา มองจากหน้าล๊อบบี้ไป วิวทะเล 360 องศา

อันนี้จะเป็นกระท่อม 2 ชั้น เป็นห้องแอร์ค่ะ อันนี้จะเป็นกระท่อม 2 ชั้น เป็นห้องแอร์ค่ะ

สะพานรัก สะพานรัก

มีสระว่ายน้ำด้วยนะ ฟินกันไปอีก เสียดายไม่ได้เอาชุดว่ายน้ำมา มีสระว่ายน้ำด้วยนะ ฟินกันไปอีก เสียดายไม่ได้เอาชุดว่ายน้ำมา

เดินมาเรื่อยๆ ระหว่างทางขึ้นไป ผาประกาศรัก เดินมาเรื่อยๆ ระหว่างทางขึ้นไป ผาประกาศรัก

แพะภูเขา นางอาบแดด แลดูชิวมาก ... ไม่ร้อนกันเลยใช่มั้ยคะ คุณแพะ แพะภูเขา นางอาบแดด แลดูชิวมาก ... ไม่ร้อนกันเลยใช่มั้ยคะ คุณแพะ

และแล้วก็มาถึงยอดผาซะที แอบมีน้องหมาเจ้าถิ่นเดินนำทางมาด้วยนะ และแล้วก็มาถึงยอดผาซะที แอบมีน้องหมาเจ้าถิ่นเดินนำทางมาด้วยนะ

ขึ้นมาถึงอย่าลืมตะโกนเหมือนในละครด้วยนะ ผมรักคุณณณณณณ 55555 ขึ้นมาถึงอย่าลืมตะโกนเหมือนในละครด้วยนะ ผมรักคุณณณณณณ 55555

นั่งพักรับลมซักแป๊บ ลมดีมากค่ะ แต่แดดนี่ก็แรงมากเหมือนกัน .. แฮร่ นั่งพักรับลมซักแป๊บ ลมดีมากค่ะ แต่แดดนี่ก็แรงมากเหมือนกัน .. แฮร่ จริงๆมาถึงจุดชมวิวตรงนี้แล้ว เราสามารถเดินลงไปได้อีกนะคะ จะเป็นถ้ำ ... แต่ด้วยสภาพอากาศที่กำลังจะแผดเผาผิวหนัง เราไม่ได้เดินไปต่อค่ะ กลับทางเดิมดีฟ่า คนแก่จิเป็นลมแล้ว >.<' ลงจากผาประกาศรักเราก็เตรียมตัว เก็บของ เชคเอ้าท์ รอรถสกายแลปมารับ เพื่อไปเที่ยวรอบเกาะ และส่งขึ้นเรือกลับค่ะ ที่แรกที่เราจะไปก็คือศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่     053 054 055 056 057   ศาลาที่นี่ มองออกไปเห็นวิวเกาะสีชังด้วย ท่าเรือที่เห็นอันแรกใกล้สุด คือท่าเทียบเรือที่เราใช้สำหรับเดินทางค่ะ     059 จากนั้นก็ไปต่อกันที่ช่องเขาขาด 060 061 062 063 064 ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนและเดินจนเหนื่อย เราก็เลยขอพักเบรคไปทานอาหารกลางวันที่ รศ.112 ก่อน แล้วค่อยไปต่อค่ะ (เนื่องจากในแพคเก็จมีรวมอาหารกลางวันไว้ด้วย แต่เรามาไม่ทันมื้อกลางวันเมื่อวาน เราก็เลยได้มาทานกลางวันของวันนี้แทนค่ะ โดยอาหารกลางวันจะจัดเตรียมไว้ที่โรงแรม รศ.112 ใกล้ๆท่าเรือ เป็นเจ้าของเดียวกับปารีฮัท รีสอร์ท)

065 อาหารมี 3 อย่าง เติมได้ค่ะ ไข่เจียว ผัดผัก และไฮไลท์คือ แกงส้มผักโสม .. ขอบอกว่าผักโสมนี่เค้าปลูกเองค่ะ มีแปลงผักอยู่ที่ปารีฮัท รีสอร์ท เราไม่เคยรู้จักไม่เคยทานมาก่อน แต่ได้ลองแล้วคือ อร่อย ติดใจค่ะ หลังจากทานเสร็จก็ไปต่อที่สุดท้าย ซึ่งถ้าใครมาเกาะสีชัง ก็ต้องมาที่นี่เลย ไม่งั้นจะเหมือนมาไม่ถึง "พระจุฑาธุชราชฐาน" เป็นพระราชวังที่ประทับในฤดูร้อนของรัชกาลที่ 5

067 จุดที่ใครๆ ก็ต้องมาถ่ายรูปด้วย "สะพานอัษฎางค์"

068 เดินเข้ามาข้างในเห็น เรือนไม้ริมทะเล สีเขียว ด้านในจะมีภาพเก่าๆสมัยรัชกาลที่ 5 และตอนนี้ยังทำเป็นร้านกาแฟ ให้แวะพักกันด้วยค่ะ 066 069 จริงๆ ภายในบริเวณนี้ค่อนข้างกว้างนะคะ แต่เราเดินไม่ทั่ว เนื่องจากเวลามีจำกัด ต้องรับไปให้ทันเรือรอบบ่ายสามโมง ไม่งั้นจะกลับถึงกรุงเทพค่ำ  เป็นไงกันบ้างคะ สำหรับทริป 2 วัน 1 คืน  เกาะสีชัง สำหรับใครที่มองหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ แบบสงบๆ ก็ขอฝากที่นี่ไว้พิจารณาด้วยนะคะ แอบทิ้งท้าย สรุปสำหรับแพคเก็จ 2 วัน 1 คืน ที่ปารีฮัท รีสอร์ท เกาะสีชัง นิดนึง ข้อดี

  • รีสอร์ท อยู่ใกล้กรุงเทพ เดินทางสะดวก ไม่ว่าจะเป็นรถส่วนตัว หรือรถประจำทาง
  • รีสอร์ทใกล้ชิดธรรมชาติมาก วิวสวย สงบ เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง
  • มีลมพัด เย็นสบาย ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยไม่ต้องเปิดแอร์
  • อาหารทั้ง 3 มื้อ ดีมากค่ะ โดยเฉพาะอาหารเย็นจัดให้จนเต็มอิ่ม
  • ไม่มียุงค่ะ ทั้งตอนนั่งทานอาหารเย็น และ ตอนอยู่ในห้องแบบเปิดหน้าต่างโล่งๆตอนกลางคืนไม่โดนกัดนะ
  • มีปลั๊กต่อพ่วงไว้ให้ในห้องด้วย คือดีค่ะ ไปหลายคนนี่ไม่ต้องแย่งรูเสียบกันเลย
  • ด้วยความที่สัญญานเนตไม่มี ไวไฟไม่แรง ทีวีไม่มีให้ดู (อันนี้ถือเป็นข้อดีนะ) ทำให้เรามีเวลาพูดคุยกับคนข้างๆมากขึ้นค่ะ ไปกับแฟนนี่คือเหมาะมาก
  • อันนี้ความชอบส่วนตัว คือการก่อสร้างกระท่อมไม้ไผ่ของที่นี่งานดีมากค่ะ ไม้ไผ่สานกันแน่น ดูแข็งแรงมาก แอบส่องดูพวกมอด ปลวก ก็ไม่เห็นนะ ทำดีจริงๆค่ะ ต้องไปเห็นเอง 5555

ข้อเสีย

  • เข้าใจว่าคอนเซปที่อยากให้เข้าถึงธรรมชาติน่ะค่ะ ตอนกลางคืนก็เลยมืดไปหน่อย ไม่ค่อยมีไฟส่องสว่าง  (แต่ที่ล๊อบบี้และในห้องก็มีตะเกียงไว้ให้นะคะ)
  • ไวไฟไม่ค่อยแรง
  • สำหรับเฉพาะกระท่อมวาฬ*นะคะ คืออยู่ขอบหน้าผาเลย ทำให้ได้ยินเสียงน้ำซัดผาทั้งคืน และมีความชื้นจากไอน้ำขึ้นมาจากพื้น ไม่แนะนำสำหรับคนที่แพ้ความชื้นหรือนอนหลับยากค่ะ

ข้อแนะนำ

  • รีสอร์ทนี้เหมาะกับคนที่ลุยๆนะคะ  เพราะรีสอร์ทตั้งอยู่แนวผา ทางเดินก็จะเป็นหินสลับซับซ้อน คนที่เตรียมจะใส่ส้นสูงมาเดินสวยๆ อย่านะคะ ^^'
  • สัญญานเนตโทรศัพท์ น่าจะมีเฉพาะของทรูนะคะ ของเครือข่ายอื่น มาๆหายๆ คนติดโซเชียลต้องทำใจหน่อยนะคะ
  • สำหรับประเด็นร้อน เรื่องแมลงวัน อันนี้บอกเลยว่าไปเผื่อพิสูจน์ 5555 ตอนช่วงอาหารเย็นไม่มีเลยค่ะ แต่ช่วงอาหารเช้าก็พอมีบ้างสองสามตัว  ไม่เยอะเหมือนรีวิวเก่าๆ ตรงนี้เราคิดว่าน่าจะขึ้นอยู่ช่วงฤดูด้วยค่ะ ถ้าไปฤดูร้อนอาจจะเยอะหน่อย แต่เดี๋ยวนี้เค้าก็มีการปรับปรุงอะไรหลายๆอย่างเนาะ  เรื่องแมลงวันนี่คือเลิกกังวลได้เลยค่ะ
  • สุดท้าย ขอ แนะ นำ ว่า อย่า ไป คน เดียว ดี ที่ สุด คือ ไป กับ แฟน >.<' 5555555

Share this Post

top
top