ตะลุย Sapporo - ­Otaru - ­Noboribetsu­ - Toya - ­Tokyo­ 6 วัน 5 คืน

12 Jun 15 | By pookpuii

ช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ผมถือโอกาสพาครอบครัวและเพื่อนๆไปตะลุยญ่ีปุ่นแบบไม่ง้อทัวร์ โปรแกรมที่วางไว้คือ Sapporo - ­Otaru - ­Noboribetsu­ - Toya - ­Tokyo­ สิ่งจำเป็นที่ต้องเตรียม 1. เปิด Data Roaming กับค่ายมือถือ AIS Dtac หรือ True ค่าใช้จ่ายพอๆกับเช่า pocket wifi ที่ญี่ปุ่นแต่ข้อดีของ pocket wifi คือเชื่อมต่อได้ถึง10 เครื่องแนะนําให้เลือกของเครือข่าย Ntt Docomo 2.วางแผนจองโรงแรมล่วงหน้า โดยเราจองผ่าน www.zizzee.com โดยจะเปรียบเทียบราคาก่อนจองซึ่งจะแสดง agency เจ้าไหนให้ราคาเท่าไหร่ เช่น agoda ,booking.com ,asiatravel และอื่นๆ (อันนี้ดีมาก เพราะบางโรงแรมใน agoda ห้องเต็มหมดแล้วแต่ booking.com ยังมีห้องเหลืออยู่ทำให้เรามีโอกาสที่จะจองที่นั่นได้ซึ่งถ้าเข้าแต่ agoda โดยตรงคงจะพลาดโรงแรมนั้นๆไป ไม่ต้องไปเปิดดูหลายเว็บด้วย) 3.ทำ International Driving License เพราะตั้งใจไปเช่ารถขับเที่ยวเอง (อันนี้ทำเรื่องยื่นเอกสารกับกรมการขนส่งทางบกโดยตรง เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 505 บาท) Day 1 Bangkok­ - Sapporo - ผมเลือกบินโดยสายการบิน Korea Airline - พอไปถึงสนามบิน Chitose Sapporo เราเลือกเดินทางเข้าโรงแรม โดย Airport Limousine Bus ซึ่งสะดวก  ค่าใช้จ่ายผู้ใหญ่ 1030 yen Airport Limousine Bus Ticket Airport Limousine Bus Ticket Day 5  Tokyo-Shibuya Airport Limousine Bus Ticket Airport Limousine Bus Ticket Airport Limousine Bus Ticket Airport Limousine Bus Ticket - เราเลือกพักที่โรงแรม Monterey Sapporo ที่เลือกที่นี่เพราะใกล้ สถานี Jr Sapporo แหล่ง shopping และ รถเช่า หากเดินทางไปต่างเมืองก็สามารถเดินทางโดย Jr ได้เลย แต่ Trip นี้ผมเลือกเช่ารถขับ โดยเลือกเช่ากับ Toyota เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และความสะดวกครับ ค่าเช่าต่อวันมีตั้งแต่ 5,000 กว่า yen ถึง 20,000 กว่า yen โรงแรม Monterey Sapporo โรงแรม Monterey Sapporo โรงแรม Monterey Sapporo โรงแรม Monterey Sapporo โบชัวร์รถเช่าของ Toyota โบชัวร์รถเช่าของ Toyota สำหรับรถที่ผมเลือกเป็น พรีอุส ครับ สำหรับรถที่ผมเลือกเป็น พรีอุส ครับ - พอจัดการเร่ืองเช่ารถเสร็จ ก็ถึงเวลาหาอะไรทาน เราไปกันที่ Susukino ตรอกราเมง จัดราเมงกันไปเบาๆ ร้านราเมนที่เราไปฝากท้องกันครับ ร้านราเมนที่เราไปฝากท้องกันครับ แอบแช๊ะภาพพ่อครัวซะหน่อย แอบแช๊ะภาพพ่อครัวซะหน่อย - Susukino เป็นแหล่งกินแหล่งท่องเที่ยวของ Sapporo (โดยเฉพาะกลางคืน) และที่น่าสนใจอีกแห่งคือ Mt. Moiwa เราต้องขึ้นกระเช้าเพื่อไปชมวิวเมืองและจะมีหนุ่มสาวไปคล้องกุญแจตรงอนุสรณ์แห่งความรักด้านบนยอดเขา บนจุดชมวิว Mt. Moiwa มาเป็นบอยแบนด์เลยครับ 5555 บนจุดชมวิว Mt. Moiwa มาเป็นบอยแบนด์เลยครับ 5555 ย่าน Susukino  ยามค่ำคืน ย่าน Susukino ยามค่ำคืน - สำหรับมื้อเย็น เราไปกินบุพเฟ่ต์ขาปูยักษ์ที่ ร้าน Nanda อยู่ตึก Cyber city เป็นร้านชื่อดังแถว Susukino นี้แหละ ราคาต่อหัวผู้ใหญ่ 3,000 กว่า yen กินจนอิ่ม อร่อยและคุ้มมากๆ บอกเลยถ้ามาSapporo ต้องมาทานขาปูยักษ์ที่นี่ (รู้สึกที่อื่นจะแพงกว่านี้นะครับ) ร้าน Nanda บุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ ร้าน Nanda บุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ ร้าน Nanda บุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ ดูขาปูสิคร๊าบบบ ฟินมากกกก Day 2 Sapporo - ­Otaru - Otaru เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจาก Sapporo สมัยก่อนเป็นเมืองท่าเก่าแต่ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในฮอกไกโด ห่างไปประมาณ 60 กว่ากม. ถ้าขับรถก็ประมาณ 40 นาที หรือนั่ง Jr Sapporo ­Otaru ที่ Jr station ได้เลยไม่ต้องต่อก็ใช้เวลาประมาณ 1ชม. เมื่อถึง Otaru ที่หน้าสถานีจะมี bus terminal รถ city bus วนรอบเมืองอยู่ 4 สาย เขียว แดง น้ำเงิน ส้ม - วันนี้เราไปกันที่ Otaru Aquarium เป็น Aquarium แบบ indoor และ outdoor จะมีการแสดงโชว์ของสัตว์เมืองหนาว เช่น โลมา แมวน้ำ สิงโตทะเล และนกเพนกวิน แนะนําไม่ควรพลาดเพราะแต่ละโชว์น่ารักจริงๆ ครับ การแสดงปลาโลมา ใน Otaru Aquarium การแสดงปลาโลมา ใน Otaru Aquarium การแสดงแมวน้ำ ใน Otaru Aquarium การแสดงแมวน้ำ ใน Otaru Aquarium สิงโตทะเลเขี้ยวยาวมาก สิงโตทะเลเขี้ยวยาวมาก นกแพนกวินน่ารักๆ นกแพนกวินน่ารักๆ ตัวอะไรหว่าา ? ตัวอะไรหว่าา ? หมึกยักษ์มาแล้ว หมึกยักษ์มาแล้ว - หลังจากเข้าชม Otaru Aquarium ก็ตรงขึ้นเขาไปอีก500 เมตร ขึ้นไปจุดชมวิว ถ่ายรูปสวยๆ ที่นี่เราสามารถไปหาจักรยานเช่าขี่ชมวิวรอบๆเมืองได้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ ในแผนที่ Tourist information จะมีแผนที่บอกว่าจุดไหนมีให้เช่าจักรยานบ้าง ซึ่งเราสามารถชมวิว ซึมซับบรรยากาศและออกกำลังกายไปในตัวดว้ย บนจุดชมวิว Otaru ครับ บนจุดชมวิว Otaru ครับ เดินชมนก ชมไม้ บรรยากาศดีจริงๆ เดินชมนก ชมไม้ บรรยากาศดีจริงๆ เปลี่ยนบรรยากาศมาขี่จักรยานบ้าง เปลี่ยนบรรยากาศมาขี่จักรยานบ้าง - จากตรงนี้ก็ไปต่อกันที่คลอง Otaru บริเวณนี้เป็นจุดสำคัญที่บอกว่า เรามาถึง Otaru แล้ว บริเวณโกดังเก่าแถวนี้ถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกมากมาย ในช่วงเทศกาลหิมะจะมีการตกแต่งไฟประดับเรียงรายอย่างสวยงาม ตรงข้ามกันไม่ไกลจะเป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องแก้วซึ่งเมืองนี้ขึ้นชื่อมากเรื่องการทำเครื่องแก้วและกล่องดนตรี [caption id="attachment_21976" align="aligncenter" width="660"]คลอง Otaru ถ่ายมุมยอดฮิต คลอง Otaru ถ่ายมุมยอดฮิต - หลังจากนั้นขับรถมาจากคลอง มา1 block เลี้ยวซ้ายเข้าถนน ขับมาที่ย่าน Marchen Square ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีด้านหน้าจะมีนาฬิกาไอน้ำตั้งอยู่ จุดประภาคารเล็กๆนี้เป็นจุดที่บ่งบอกว่าถึงย่านนี้แล้ว แถวนี้เป็นถนนที่น่าเดินเล่นมีร้านขนมชื่อดัง Letao และ ร้านขายกล่องดนตรีและของจุ๊กจิกน่ารักๆ เหมาะสำหรับเป็นของฝากครับ [caption id="attachment_21977" align="aligncenter" width="660"]พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้ว พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้ว [caption id="attachment_23325" align="aligncenter" width="660"]เห็นหอนาฬิกากับประภาคารไหมครับ นายแบบบังซะ 555 เห็นหอนาฬิกากับประภาคารไหมครับ นายแบบบังซะ 555 - ขับรถชมเมืองจนหนําใจ ท้องเริ่มหิวหาอะไรทานกันหน่อย สรุปได้เป็นร้านอาหารปิ้งย่างชื่อดังของที่นี่อยู่ใกล้บริเวณริมคลองย่อย ถนนซูชิแยกแรก ถึงสี่แยกไฟแดงเลี้ยวขวา ถ้ามาจากฝั่งคลอง Otaru สังเกตง่ายๆ ตรงกลางคล้ายๆ ลำธารและมีถนน 2 ข้างขนาบ และระหว่างทางจะมีร้านซูชิทั้งซ้ายและขวา [caption id="attachment_21966" align="aligncenter" width="576"]เรื่องกินขอให้บอก โหลดแอพหากันง่ายๆเลย เรื่องกินขอให้บอก โหลดแอพหากันง่ายๆเลย - และนี่คือร้านเป้าหมายของเรา  ลองสังเกตุเข้าไปในร้าน ถ้ามีพนักงานเสริฟน่ารักๆ ใช่แน่นอน !! [caption id="attachment_21979" align="aligncenter" width="660"]หน้าร้าน Daijinmon หน้าร้าน Daijinmon [caption id="attachment_21981" align="aligncenter" width="660"]เก็บภาพเป็นที่ระลึกหน่อย อิอิ เก็บภาพเป็นที่ระลึกหน่อย อิอิ - โอ้วววว มัวแต่ถ่ายรูปกับสาว ปิ้งอาหารจนไหม้เลย 5555 อาหารมื้อนี้มันเยี่ยมจริงๆ (ในช่วงเย็นร้านนี้เริ่มเปิด 4โมง – 2 ทุ่ม แนะนําจองก่อนก็ดีนะครับ) [caption id="attachment_21982" align="aligncenter" width="660"] ไหม้ไปหน่อย แต่อร่อยนะครับ - หลังจากอิ่มตาอิ่มท้อง ก็ไปต่อกันที่ภูเขาเท็นงุ บนเขานี้คนญี่ปุ่นมักจะมาขอพรที่นี่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การเงินการงาน ฯลฯ มาทั้งทีอย่าลืมมาสักการะหน่อยนะครับ นอกจากนี้บนเรายังเป็นจุดชมวิวของเมืองที่สวยที่สุด (โดยเฉพาะตอนกลางคืน) และถือเป็นจุดชมวิวสุดสวยของเกาะฮอกไกโดอีกจุดนึงด้วย image_18 - หลังจากที่ลงจากเขาก็มืดแล้ว เราจึงเดินทางกลับ Sapporo ไปพักผ่อนเพื่อจะเดินทางในวันถัดไป Day 3 Sapparo - ­Noboribetsu­ - Toya - เริ่มต้นวันที่ 3 เราวางแผนไปเท่ียว Noboribetsu และToya ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของอุทยานแห่งชาติ Shikotsu Toya เนื่องจากเป็นทางผ่านทางเดียวกัน อยู่ห่างจาก Sapporo ประมาณ 1ชม. ถ้าเดินทางโดยรถยนต์ หรือ นั่งJr สาย Hakodate ที่ Jr Sapporo station ใช้เวลาประมาณ 1.15 ชม. - ทั้ง Noboribetsu และ Toya เป็นแหล่ง Onsen ชั้นดีของ Hokkaido ใครอยากมาแช่ Onsen ให้ผิวใสกระจ่างหน้าเด็กแนะนํานะครับ - เราเริ่มออกเดินทางแต่เช้า และแล้วก็มาถึง Noboribetsu ที่แรกที่มาเยือนคือ หุบเขานรก Noboribetsu Jigokudani ใน Shikotsu Toya national park [caption id="attachment_21988" align="aligncenter" width="660"]หุบเขานรก Noboribetsu Jigokudani หุบเขานรก Noboribetsu Jigokudani [caption id="attachment_23326" align="aligncenter" width="660"]หุบเขานรก Noboribetsu Jigokudani หุบเขานรก Noboribetsu Jigokudani - Noboribetsu Jigokudani เป็นหุบเขาท่ีมีบ่อน้ำร้อนและบ่อโคลนที่เดือดตามธรรมชาติใต้พื้นยังมีความร้อนมีควันออกมาจากใต้พื้นดิน แหล่งน้ำต่างๆ อุดมด้วยแร่ธาตุน้ำใต้พื้นบางบ่อ ร้อนถึง 80 องศา ซึ่งเดือดตลอดเวลา และถือเป็นแหล่งกำเนิดน้ำแร่ Onsen ของเมือง ถ้ามีเวลาแนะนําให้เดินขึ้นไปจุดชมวิวบนเขาและแหล่งน้ำใต้ผิวโลกด้วยนะครับ [caption id="attachment_21989" align="aligncenter" width="660"]หุบเขานรก Noboribetsu Jigokudani หุบเขานรก Noboribetsu Jigokudani [caption id="attachment_21990" align="aligncenter" width="660"]หุบเขานรก Noboribetsu Jigokudani หุบเขานรก Noboribetsu Jigokudani - หลังจากเดินชมธรรมชาติเสร็จ ก็ลงมาแวะ Foot Spa Onsen คลายปวดเมื่อยกันหน่อย (ระหวา่งทางเดินจะมีป้ายบอก และมีแผนที่ให้) [caption id="attachment_21991" align="aligncenter" width="660"]พัก Foot Spa Onsen แป๊บบบ พัก Foot Spa Onsen แป๊บบบ - และนี่ก็เป็นสัญลักษณ์ของ Noboribetsu Jigokudani เป็นยักษ์มีทั้งสีน้ำเงินและแดง ก่อนออกจากที่นี่แช๊ะภาพ เป็นที่ระลึกกันนิดนึง [caption id="attachment_21992" align="aligncenter" width="660"]ยักษ์สีน้ำเงิน สัญลักษณ์ของ Noboribetsu Jigokudani ยักษ์สีน้ำเงิน สัญลักษณ์ของ Noboribetsu Jigokudani - หลังจากเดินเที่ยวเรียบร้อย โปรแกรมถัดไปที่ไม่ควรพลาดคือ ขึ้นกระเช้าเที่ยว Noboribetsu Bear Park อยู่ไม่ไกลกัน ห่างจากทางเข้าหุบเขานรก Noboribetsu Jigokudani ไปประมาณ ไม่เกิน 800 เมตร - สำหรับ Noboribetsu Bear Park เราต้องขึ้นกระเช้าไปยังยอดเขาเพื่อไปดูหมีกัน ที่นี่เขาให้ซื้ออาหารเลี้ยงได้ ถ้าใครไม่รักหมีมาที่นี่คงต้องเปลี่ยนใจ เพราะหมีที่นี่น่ารักมาก ทั้งตัวก็อุ้ยและฉลาดมากอีกด้วย [caption id="attachment_21993" align="aligncenter" width="660"]Noboribetsu Bear Park Noboribetsu Bear Park [caption id="attachment_21994" align="aligncenter" width="660"]Noboribetsu Bear Park นั่งกระเช้าไปดูหมีกัน [caption id="attachment_21995" align="aligncenter" width="660"]จ๊ะเอ๋ ... เจ้าหมีตัวอุ้ย จ๊ะเอ๋ ... เจ้าหมีตัวอุ้ย [caption id="attachment_21996" align="aligncenter" width="660"]ดูสิ รับแขกกันใหญ่ น่ารักจริงๆครับ ดูสิ รับแขกกันใหญ่ น่ารักจริงๆครับ - ต่อจากนั้นเราเดินทางต่อไปยัง Toya Lake โดยใช้เวลาประมาณ ครึ่งชม. ซึ่งเราวางแผนจะค้างคืนที่ Toya lake 1คืน - Toya Lake เป็นทะเลสาบที่น้ำจะไม่เป็นน้ำแข็งในช่วงหน้าหนาว ทะเลสาบแห่งนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 4.5กม. โดยฉากหลังจะมีภูเขาโยเทอิ (ฟูจิน้อย) พร้อมด้วยเกาะนากาจิมะ ซึ่งอยู่กลางทะเลสาบ ช่วงหน้าร้อน ก.ค.- ส.ค. จะมีเทศกาลพลุ - Toya เป็นเมือง Onsen ชั้นดีแห่งหนึ่งในเกาะฮอกไกโดเลยแหละ ถ้ามีโอกาสได้มาฮอกไกโดควรจะพักที่นี่ซักครั้งนะครับ นอกจากอาบ Onsen แล้ว ถ้ามีโอกาสลองออกไป jocking หรือขี่จักรยาน ชมวิวริมทะเลสาบ สัมผัสอากาศเย็นๆ สัก 8 องศา รับรองว่าฟิน ครับ [caption id="attachment_21998" align="aligncenter" width="660"]คุณลูกชายชอบที่นี่น่าดู คุณลูกชาย นายแบบตัวน้อย - กิจกรรมอีกอย่างที่ไม่น่าพลาด คือ การล่องเรือใน Toya Lake เวลาออกเรือ 9 โมงเช้า – 4 โมงเย็น แล้วแต่ฤดู เรือจะออกทุกชั่วโมง และใช้เวลาล่องทะเลสาบประมาณ 50 นาทีต่อรอบ ขอแนะนำ อย่าลืมแวะทานขนมหรือซื้อขนมฝาก ที่ Fuji view hotel ใกล้ๆ ท่าเรือด้วยนะครับ [caption id="attachment_21999" align="aligncenter" width="660"]เรือล่องทะเลสาบ เป็นเรือแบบด้านหลังเลยครับ เรือล่องทะเลสาบ เป็นเรือแบบด้านหลังเลยครับ - หลังจากนั้นเราเดินทางเข้าที่พัก โดยเลือกพักที่ The Lake View Toya Nonokaze Resort เราได้ห้องพักอยู่ชั้น 8 ขอบอกว่า วิวสวยมาก มองออกไปเห็นทะลสาบและภูเขาโยเทอิ บรรยากาศดีมาก ไม่ผิดหวังที่เลือกพักที่นี่จริงๆครับ [caption id="attachment_22000" align="aligncenter" width="660"]บรรยากาศห้องพัก The Lake View Toya Nonokaze Resort บรรยากาศห้องพัก The Lake View Toya Nonokaze Resort [caption id="attachment_22001" align="aligncenter" width="660"]วิวสวยๆ จากหน้าต่างห้องพักครับ วิวสวยๆ จากหน้าต่างห้องพักครับ เห็นฟูจิซังน้อย อยู่ลิบๆ - โรงแรมนี้มีอาหารเช้าและอาหารค่ำให้ และไฮไลทเ์ลย ก็คือมี Onsen ถึง 3 ส่วน ได้แก่ Onsen open air บริเวณชั้น9 , Private Onsen (private ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 3,000 กว่า yen สำหรับ50นาที) และ Stone Onsen indoor บริเวณชั้น 2 ซึ่งแน่นอนครับ กิจกรรมต่อจากนี้คงไม่พ้นการแช่ Onsen !!! (** แต่ถ้าต้องการพักโรงแรมที่ราคาย่อมเยาลงมาหน่อย ลองดูที่ Toya Kanko Hotel ก็ได้ครับ โรงแรมอยู่ติดกันเลยบรรยากาศน่าจะไม่แพ้กัน) Day 4  ตะลุย Toya - ตะลุยภูเขาShowa shinzan ซึ่งพึ่งเกิดเมื่อ70กว่าปีที่ผ่านมานี่เอง มหัศจรรย์ภูเขานี้ผุดขึ้นมากลางทุ่งนาหลังเกิดการปะทุ ของภูเขาไฟUsu. ซึ่งทำให้เกิดความร้อนใต้ผืนโลกทำให้พื้นโลกเกิการเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันยังมีความร้อนคลุกรุ่นออกมาจากภูเขา [caption id="attachment_22203" align="aligncenter" width="1224"]01 ภูเขา Showa shinzan
- หลังเยี่ยมชม ภูเขา Showa shinzan เดินมาขึ้น rope way เพื่อขึ้นชมภูเขาไฟUsu. ซึ่งปัจจุบันยังคลุกรุ่นอยู่
03
033
[caption id="attachment_22207" align="aligncenter" width="1280"]05 ภาพบนจุดชุมวิวภูเขาไฟ Usu. จะมองเห็น Toya lake และ Showa shinzan [caption id="attachment_22208" align="aligncenter" width="1632"]06 Mt.Usu. บริเวณปากปล่องภูเขาไฟ
- หลังจากชมและสำรวจภูเขาไฟUsu. แล้วนั่งกระเช้าลงมาข้างล่าง เดินไปทางขวาประมาณ 100m. จะเจอ Show a Bear Farm
[caption id="attachment_22209" align="aligncenter" width="960"]07 Show a bear farm หมีที่นี่ฉลาดและน่ารักพอดูเลยแหละ
- อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่น่าพลาดคือการไปเล่นสกีและเล่นหิมะ ที่ Niseko ในช่วงหน้าหนาว ซึ่งอยู่ห่างไม่ไกลจากทะเลสาบToya ประมาณ 30นาที โดยรถยนต์ซึ่งจะสะดวกกว่าถ้าขับรถไปเองอีกทั้งได้ชมวิวมิวทัศน์รอบๆทะเลสาบToya ระหว่างทางไป Niseko ด้วย
[caption id="attachment_22210" align="aligncenter" width="1280"]08 Niseko ski resort - หลังจากนั้นก็เดินทางกลับ Sapporo พักผ่อน เก็บแรงไว้วันต่อไป Day 5  Tokyo-Shibuya - วันนี้ตามแผนการเดินทาง จะต้องบินไป Tokyo ซึ่งเราได้ทำการจองไว้ล่วงหน้า ผ่าน www.ana.co.jp ขึ้นเครื่องไปลงที่สนามบิน Haneda Tokyo  เราเลือกพักที่ "Cerulean  Tower Tokyu Hotel"  (แนะนำเลยครับ ห้องกว้างและวิวดีมาก เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.zizzee.com/#!Hotel/Japanด/Tokyo/cerulean-tower-tokyu-hotel_59420) [caption id="attachment_22217" align="aligncenter" width="4256"]Cerulean (ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต )
 - โรงแรมนี้อยู่ในย่าน Shibuya ใกล้ subway และ สถานี Jr หลายสาย อาหารการกิน ไม่ต้องพูดถึง  เพียบและอร่อย!! Shibuya ถือเป็นแหล่ง shopping  ดังของ Tokyo เมื่อเข้าที่พัก สิ่งแรกที่ทำ คือ ออก กำลังกาย ก่อนที่ fitness และหาอาหารอร่อย ๆ ทาน  ซึ่งผมแนะนำร้าน ราเมงอิชิรัน
[caption id="attachment_22212" align="aligncenter" width="2448"]02 บริเวณหน้าร้านอิชิรัน [caption id="attachment_22213" align="aligncenter" width="2448"]03 ตู้หยอดเหรียญให้เลืิอก เมนูและเครื่องเคียง
- ร้านนี้เค้าเรียกกันว่า ร้านรามเมง ข้อสอบ (ดูจากภาพประกอบ เหมือนนั่งทำข้อสอบจริงๆ 555) ซึ่งแถว Shibuya จะมี อยู่ 2 สาขา คือแยก Shibuya เดินมาทาง ห้าง SEIBU  มองไปทางขวา อยู่ฝั่งตรงข้ามใกล้ ๆ 3 แยก ส่วนอีกสาขา ต้องเดินเข้า ซอยข้างห้าง SEIBU ไป เจอร้าน Loft  ขวามือแล้วเดินตรงไปอีกหน่อยประมาณ 150 m จะมีซอย ขวามือปากซอยจะมีป้ายอยู่
[caption id="attachment_22214" align="aligncenter" width="2448"]04 บรรยากาศภายในร้าน - ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยของราเมง มีให้ตั้งแต่ความเหนียวของเส้น ความมัน ความเผ็ด  ให้ ติ๊กเอา รับรองใครได้ลองชิมแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน ส่วนเรื่องราคา ก็ไม่แพง เฉลี่ย 700-950 yen [caption id="attachment_22215" align="aligncenter" width="2448"]05 เลือกรสชาติ ความเหนียว เส้น และอื่นๆ
- หลังจากกินอิ่มท้องแล้วพวกเราก็ออกทาเดินShopping ที่่ย่านShibuya ซึ่งมีแหล่งShopping ชื่อดังมากมาย Tokyo Seibu Qfont 109 men 109 women ฯลฯ ย่านนี้เป็นแหล่งรวม Fashion trend ใหม่ๆของ ญี่ปุ่น โดยเฉพาะ109 women ช่วงสิ้นปีและวันขึ้นปีใหม่จะมีเทศกาลลดราคาสินค้ากระหน่ำ. จะเห็นสาวๆญี่ปุ่นมานอนรอหน้าห้าง109women ในวันเปิดห้างวันแรกของปี  ส่วนห้าง Seibu ก็มีสินค้า Duty free ซึ่งสามารถ ทำขอคืนภาษีได้เลย ขอบอกเลยว่ามาเดินต้องติดใจๆๆ แหล่งละลายทรัพย์ของโตเกียว
แต่โชคไม่ดีที่ฝนตกหนักเลยไม่ค่อยได้เดินเท่าไร และแล้วเราจึงเข้าโรงแรมไปพักผ่อน
[caption id="attachment_22216" align="aligncenter" width="3264"]06 บริเวณShibuyaหน้าสถานีJR Shibuya
 Day 6  Tokyo
วันนี้ตื่นมาเราวางแผนว่าจะไปเที่ยวที่แถว Asakusa เยี่ยมชมวัดSensoji ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่และชื่อดังที่สุดของโตเกียวแล้วจะต่อไปที่ Ueno ชมซากุระ เราจึงรีบออกเดินทาง ไป Asakusa นั่งรถไฟสายGinza ไปประมาณครึ่งชม.
[caption id="attachment_23296" align="aligncenter" width="576"]image ขอแนะนำว่าควรโหลดAppนี้ Tokyo Subway มันจะให้ดูแผนที่รถไฟทั้งหมดในโตเกียว
พอไปถึงAsakusa สิ่งแรกที่พวกเราทำคือ หาอะไรทานรวบ ข้าวเช้าและข้าวเที่ยงเลย เราจึงมุ่งไปไปกินร้านเทมปุระ100ปี ไม่ใช่เทมปุระค้างไว้ร้อยปีนะแต่เป็นร้านที่เปิดมาร้อยปีแล้วและมีชื่อเสียงมาก
ร้านนี้อยู่ซอยซ้ายมือก่อนทางเข้าประตูวัด เดินมาซัก100เมตรเห็นคนรอต่อคิวอยู่หน้าร้านเยอะๆนั่นแหละใช่เลย ถ้าไปสายๆอาจจะต้องรอคิวนานหน่อย ต้องพยามไปเช้าจะได้ต่อคิวน้อยน้อย แนะนำว่าไม่ควรพลาด
[caption id="attachment_23295" align="aligncenter" width="660"]image บริเวณหน้าร้านเทมปุระ100ปี [caption id="attachment_23298" align="aligncenter" width="660"]image_1 ชุดเทมปุระ [caption id="attachment_23299" align="aligncenter" width="660"]image_2 ชุดTendon กุ้ง4ตัว หน้าตาน่าทานทุกเมนู ขอบอกว่าอร่อยมาก  ต้องมาลองกันให้ได้ พอทานเสร็จเราก็เดินทางต่อตามแผน ไปวัด Asakusa [caption id="attachment_23300" align="aligncenter" width="660"]image_3 บริเวณประตูทางเข้าวัด [caption id="attachment_23301" align="aligncenter" width="660"]กวักควันธูปเข้าตัวเพื่อเป็นสิริมงคล กวักควันธูปเข้าตัวเพื่อเป็นสิริมงคล [caption id="attachment_23302" align="aligncenter" width="660"]บริเวณบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ บริเวณบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ ชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ก่อนเข้าตัววัด จะสังเกตได้ว่า วัดที่ญี่ปุ่น ก่อนที่จะเข้าไปสักการะตามประเพณี ผู้ที่เข้าเข้าไปภายใน จะกวักควันธูปเข้าตัวเพื่อเป็นสิริมงคล และโชคลาภ หลังจากนั้นจะไปชำระล้างร่างกายโดยเอาน้ำมนต์ลูปตัวและหน้า แล้วเราก็เริ่มเข้าวัดกัน [caption id="attachment_23303" align="aligncenter" width="660"]บริเวณภายในตัววัดSensoji ที่สำหรับสักการะพระพุทธรูป บริเวณภายในตัววัดSensoji ที่สำหรับสักการะพระพุทธรูป หลังจากนั้นพวกเราออกมาเดินshopping ของที่ระลึกและของฝาก บริเวณทางเดินเข้าวัด ซึ่งถือเป็นอีกแหล่งละลายทรัพย์ชั้นดีของโตเกียว แถวนั้นมีร้านขายของที่ระลึกและร้านขนมพื้นเมืองตลอด2ข้างทาง คนเยอะมาก image_7 [caption id="attachment_23297" align="aligncenter" width="660"]ตึกสวยๆDesign จ๊าบมากๆ บริเวณปากทางเข้าวัด ตึกสวยๆDesign จ๊าบมากๆ บริเวณปากทางเข้าวัด หลังจากนั้นเราเดินเล่นชมย่านAsakusaและไปเก็บข้อมูล สำหรับNikko ที่สถานี Asakusa สำหรับtrip หน้า ระว่างทางเราเดินผ่านตึกAsahi ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ใครที่มีเวลาแนะนำล่องเรือตามแม่น้ำชมเมืองโตเกียว [caption id="attachment_23305" align="aligncenter" width="660"]ตึกAsahi ตึกAsahi เราเดินเข้าไปในสถานีAsakusa เข้าไปซ้ายมือจะเจอTourist Information พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแถมมีbrochure ภาษาไทยด้วย [caption id="attachment_23306" align="aligncenter" width="660"]สถานีAsakusa สถานีAsakusa สอบถามได้ความว่า ค่าใช้จ่ายแบบ All Nikko Access 4วัน4,520yen รวมตั๋วรถไฟและรถbus ที่Nikko แต่tripนี้เวลาไม่พอเลยเก็บข้อมูลไว้ก่อนเอาไว้tripหน้า ค่อยไปเยือน Nikkoกัน image_10 สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจ บริเวณย่าน Asakusa คือTokyo Skytree เป็นจุดที่สูงที่สุดในTokyo ถ้ามีเวลาแนะนำไปเดินเล่นขึ้นยอดตึกชมเมืองTokyo ทั้งเมือง และเดินเล่นทางเดินกระจก รอบตัวตึกวัดใจความเสียว แต่ trip นี้เราไม่ได้ไปเพราะเคยไปมาแล้ว เลยเอารูปมาฝาก  นั่งรถไฟsubwayจากสถานี Asakusa ไปสถานีเดียวเท่านั้น image1 [caption id="attachment_23310" align="aligncenter" width="660"]บรรยากาศแสงสีสวยๆTokyo Skytree ยามค่ำคืน ถ้าใครอยากไปทานอาหารข้างบนก็เชิญได้นะครับ บรรยากาศแสงสีสวยๆTokyo Skytree ยามค่ำคืน
ถ้าใครอยากไปทานอาหารข้างบนก็เชิญได้นะครับ หลังเดินเล่นที่Asakusa สักพักเราก็มุ่งหน้าไปshopping ที่ ย่าน Harajuku และOmotesando ก่อนกลับ ซึ่งบริเวณนี้เป็นแหล่งshopping ชื่อดังของTokyo อีกทั้ง มีร้านขนมและอาหารอร่อยมากมายจริงๆ เรา สามารถนั่งsubway สายGinza ที่สถานี Asakusa มาลงที่  สถานี Omote-sando ได้เลย [caption id="attachment_23312" align="aligncenter" width="660"]ย่านHarajuku จะมีของแปลกๆกุ๊กกิ๊กให้shop จนกระเป๋าฉีกได้เลยเชียว ย่านHarajuku จะมีของแปลกๆกุ๊กกิ๊กให้shop จนกระเป๋าฉีกได้เลยเชียว ร้านขนมชื่อดังแถว Omotesando อยู่ซอยแรกซ้ายมือจาก4 แยก ห้าง Laforet Harajuku ถ้าเดินมาจาก สถานีJr Harajuku  คนญี่ปุ่นอดทนต่อแถวเพื่อมาทานร้านนี้อย่างน้อยๆครึ่งชม. เพราะแถวยาวมาก พยายามจะลองมาทานหลายครั้งแล้ว แต่รอไม่ไหวจริงๆ  ขอบายดีกว่า เวลามีจำกัด [caption id="attachment_23311" align="aligncenter" width="660"]ห้างOmotesando Hill ห้างไฮโซชื่อดังของย่านนี้ ห้างOmotesando Hill ห้างไฮโซชื่อดังของย่านนี้ และที่พลาดไม่ได้มาที่ญี่ปุ่นแล้วต้องมาซื้อ Onitsuka Tiger กลับไปหน่อย ร้านนี้เป็น Flagship store ย่าน Omotesando  อยู่ซอยข้างๆร้าน Polo Ralph Lauren ใกล้ๆห้าง Omotesando Hill image3_1 ร้านขนมฝรั่งเศสชื่อดังPeltier ย่านนี้ ถ้ามีเวลานั่งลองทานได้ขนมอร่อยพร้อมจิบชาเพลินๆ อยู่ตรงกันข้ามฝั่งถนนเยื้องๆ ร้านPolo Ralph Lauren image4_1 ถ้าอยากหาของแปลกๆdesign เก๋ๆกลับบ้านมาที่ร้านMoMa Design Shop อยู่ชั้น2ตึกตรงข้ามห้าง Omotesando Hill รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน image1 หลังจากshopping พวกเราก็รีบกลับโรงแรมเพื่อไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้  เพื่อเดินทางไปสนามบินเพื่อกลับบ้าน  สำหรับมริปนี้เป็นอีกหนึ่งความทรงจำของเราที่ได้ครบทุกอย่างจริงๆ  

Share this Post

top
top